คดีปิดตายบนชั้น 13 — บทที่ 10: ภรรยาที่ถูกจับจ้อง

# Chapter 10: ภรรยาที่ถูกจับจ้อง

เช้าวันถัดมา 09.00 น.

อรอนงค์นั่งในห้องสอบสวนเล็กๆ ของโรงพัก โต๊ะไม้เก่าๆ เก้าอี้สองตัวตรงข้ามกัน หน้าต่างบานเล็กมีแสงแดดส่องผ่านม่านบาง บรรยากาศเงียบสงบและเย็นชา

วิชัยยืนอยู่ริมฝาผนัง ถือแฟ้มเอกสาร สีหน้าจริงจัง

เสียงเคาะประตู

«เข้ามาค่ะ» อรอนงค์พูด

ประตูเปิด

พรพิมลเดินเข้ามาในชุดสูทสีกรมท่า ผมรวบเรียบร้อย สีหน้าเรียบเฉย แต่ดวงตามีเงาเล็กน้อย

«สวัสดีค่ะ คุณตำรวจ» เธอพูดเรียบ

«สวัสดีค่ะ คุณพรพิมล» อรอนงค์ลุกขึ้น «ขอบคุณที่มาค่ะ เชิญนั่งค่ะ»

พรพิมลนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้าม มือประสานกันบนโต๊ะ หลังตรง ท่าทางมั่นใจ

อรอนงค์นั่งลง มองตรงเข้าตา

«คุณพรพิมล เมื่อวานเราได้ตรวจค้นห้อง 12B และ 13A» อรอนงค์พูดช้าๆ «เราพบหลักฐานบางอย่างที่อยากจะสอบถามค่ะ»

«ค่ะ» พรพิมลตอบสั้นๆ

อรอนงค์พยักหน้าให้วิชัย

วิชัยวางรูปถ่ายหลายแผ่นบนโต๊ะ

รูปแรก: รอยขีดข่วนบนราวกันตกห้อง 12B

รูปที่สอง: รอยขีดข่วนบนราวกันตกห้อง 13A

รูปที่สาม: ใยเชือกสีน้ำเงิน ภาพขยาย

พรพิมลมองรูป สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง

«นี่คือรอยขีดข่วนบนราวกันตกระเบียงห้องของคุณค่ะ» อรอนงค์พูด «และนี่คือรอยขีดข่วนบนราวกันตกห้องของสามีคุณ ห้อง 13A»

เธอชี้ไปที่รูปที่สาม «นี่คือใยเชือกสีน้ำเงิน ที่เราพบติดอยู่ที่ราวห้อง 13A»

พรพิมลมองรูป นิ่งไป

«คุณมีอะไรจะอธิบายไหมคะ?» อรอนงค์ถาม

«ดิฉันไม่แน่ใจค่ะ» พรพิมลตอบเรียบ «อาจจะเป็นรอยเก่า หรือมีคนอื่นเคยใช้ระเบียงก่อนหน้านี้»

«แต่รอยขีดข่วนดูสดใหม่ค่ะ» อรอนงค์พูด «ไม่ผุกร่อน ไม่มีสนิม เหมือนเกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้»

«อาจจะค่ะ» พรพิมลพูด «แต่ดิฉันไม่ได้ทำ»

อรอนงค์มองเธออย่างใกล้ชิด

«คุณรู้ไหมคะว่าระยะห่างระหว่างห้อง 12B และ 13A เป็นเท่าไร?»

«ไม่แน่ใจค่ะ» พรพิมลตอบ

«สามเมตรค่ะ» อรอนงค์พูด «ถ้ามีเชือกยาวพอ คนคนหนึ่งสามารถผูกเชือกที่ราวชั้น 13 แล้วปีนลงมาชั้น 12 ได้»

ความเงียบ

พรพิมลไม่แสดงอาการตกใจ

«คุณคิดว่าดิฉันทำแบบนั้นหรือคะ?» เธอถามเรียบ

«ดิฉันไม่ได้กล่าวหาอะไรค่ะ» อรอนงค์ตอบ «แค่สอบถามข้อเท็จจริง»

เธอหยุด มองพรพิมลตรงๆ

«คุณมีเชือกไหมคะ? เชือกปีนเขา เชือกไนลอน อะไรทำนองนั้น»

«ไม่มีค่ะ» พรพิมลตอบเหมือนเดิม «ดิฉันบอกแล้วเมื่อวาน ดิฉันไม่ได้ปีนเขา»

«แล้วมือคุณบาดแผลได้อย่างไรคะ?» อรอนงค์ชี้ไปที่มือพรพิมล

พรพิมลมองมือ มีรอยแผลเล็กๆ ริมฝ่ามือ

«กรรไกรค่ะ» เธอตอบสั้น «ดิฉันตัดดอกไม้แล้วถูกกรรไกร»

อรอนงค์พยักหน้าช้าๆ

«คุณรู้ไหมคะว่าสามีคุณมีความสัมพันธ์กับเลขานุการของเขา?»

พรพิมลนิ่งไป

ครั้งแรกที่สีหน้าเธอเปลี่ยน เล็กน้อย แทบมองไม่เห็น แต่อรอนงค์สังเกตได้

«คุณรู้ใช่ไหมคะ?» อรอนงค์ถามต่อ

«ใช่» พรพิมลตอบเรียบ «ดิฉันรู้»

«คุณรู้มานานแค่ไหน?»

«หกเดือนค่ะ»

«แล้วคุณรู้สึกอย่างไร?»

พรพิมลมองอรอนงค์ตรงๆ

«ดิฉันรู้สึกผิดหวังค่ะ» เธอพูด «แต่แต่งงานมาสามปี ดิฉันก็เคยชินแล้ว สามีดิฉันเป็นคนทำงานหนัก ไม่ค่อยมีเวลาให้ครอบครัว»

«คุณไม่โกรธหรือคะ?»

«โกรธค่ะ» พรพิมลยอมรับ «แต่ดิฉันไม่ได้ฆ่าเขา»

อรอนงค์นิ่งไป มองเธอนานๆ

«คุณรู้ไหมคะว่าเลขานุการตั้งครรภ์?»

พรพิมลไม่ตอบทันที

ความเงียบยืดยาว

แล้วเธอหายใจเข้าลึกๆ

«รู้ค่ะ» เธอพูดช้าๆ «ดิฉันรู้»

«คุณรู้มาตั้งแต่เมื่อไร?»

«สามสัปดาห์ค่ะ» พรพิมลตอบเรียบ «สามีดิฉันบอก เขาบอกว่าเขาจะรับผิดชอบ»

«แล้วคุณรู้สึกอย่างไร?»

พรพิมลนิ่งไป

ครั้งแรกที่หน้ากากของเธอร้าวเล็กน้อย

มือที่ประสานกันแน่นขึ้น ข้อมือขาวขึ้น

«ดิฉัน…» เธอเริ่มพูด แล้วหยุด

อรอนงค์รอ ไม่ขัดจังหวะ

«ดิฉันรู้สึกเจ็บค่ะ» พรพิมลพูดต่อ เสียงยังเรียบ แต่มีอะไรบางอย่างสั่นเล็กน้อย «ดิฉันทนมานานแล้ว ทนที่เขาทำงานจนดึก ทนที่เขาไม่มีเวลาให้ดิฉัน ทนที่ลูกชายของเขาไม่ยอมรับดิฉัน»

เธอหยุดครู่หนึ่ง มือที่ประสานกันแน่นจนข้อมือซีด

«ทนที่เขาทำให้ดิฉันเจ็บปวด»

วิชัยที่ยืนอยู่ริมฝาผนังสังเกตได้ชัด — นี่คือครั้งแรกที่พรพิมลเปิดเผยอารมณ์จริง มือแน่นขึ้น เสียงสั่น แสดงว่าเธอถูกกดดัน ทนมานานจริง เจ็บปวดมาก และอาจจะ… โกรธมากพอที่จะทำอะไรบางอย่าง

เธอหยุด มองลงไปที่มือ

«แต่ดิฉันก็พยายาม พยายามเข้าใจเขา พยายามทำให้ครอบครัวนี้อยู่ด้วยกัน»

เธอมองขึ้นมา ดวงตาเย็นชา แต่มีความเศร้าซ่อนอยู่

«และเขาก็มีลูกกับคนอื่น»

อรอนงค์นิ่งไป

วิชัยที่ยืนอยู่ริมฝาผนังรู้สึกเห็นอกเห็นใจเธอ แต่เขาไม่แสดงออก

«แต่ดิฉันไม่ได้ฆ่าเขาค่ะ» พรพิมลพูดต่อ เสียงแข็งขึ้น «ดิฉันโกรธ ดิฉันเสียใจ แต่ดิฉันไม่ได้ฆ่า»

อรอนงค์พยักหน้าช้าๆ

«คุณอยู่ที่ไหนคืนวันที่ 14 มกราคม ระหว่าง 22.00-01.00 น.?»

«ที่บ้านค่ะ ห้อง 12B» พรพิมลตอบ «ดิฉันอยู่คนเดียว นอนหลับตั้งแต่ 23.00 น.»

«มีใครเห็นไหมคะ?»

«ไม่มีค่ะ ดิฉันอยู่คนเดียว»

«คุณไม่ได้ออกจากห้องเลยหรือคะ?»

«ไม่ค่ะ»

อรอนงค์มองเธอนานๆ

«คุณแน่ใจนะคะ?»

«แน่ใจค่ะ»

ความเงียบ

อรอนงค์พยักหน้า

«เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณสำหรับความร่วมมือนะคะ» เธอพูด «ถ้าเรามีคำถามเพิ่มเติม เราจะติดต่อไปอีกค่ะ»

พรพิมลยืนขึ้น พยักหน้าเล็กน้อย

«ค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ»

«ค่ะ»

พรพิมลเดินออกจากห้อง หลังตรง ก้าวมั่นใจ

แต่อรอนงค์สังเกตได้ว่ามือเธอสั่นเล็กน้อย

หลังจากพรพิมลออกไปแล้ว

วิชัยเดินเข้ามาใกล้ นั่งลงบนเก้าอี้ที่พรพิมลนั่ง

«ท่านผู้กำกับคิดอย่างไรครับ?» เขาถาม

อรอนงค์มองออกไปที่หน้าต่าง

«เธอโกหก» อรอนงค์พูดสั้น

«ผมก็คิดแบบนั้นครับ» วิชัยพูด «แต่เธอเก่งมาก ไม่ยอมหลุด»

«เธอหลุดแล้ว» อรอนงค์พูด «นิดหน่อย ตอนเราถามเรื่องตั้งครรภ์ เธอหลุดคำ ‘ดิฉันทนมานานแล้ว’»

วิชัยพยักหน้า «ครับ ผมสังเกตได้ มือเธอแน่นขึ้น»

«เธอมีแรงจูงใจที่แข็งแกร่งมาก» อรอนงค์พูด «ทนมาสามปี แล้วสามีมีลูกกับคนอื่น นั่นเพียงพอที่จะทำให้คนคนหนึ่งฆ่าได้»

«แต่เรายังไม่มีหลักฐานตัวจริงครับ» วิชัยพูด «เชือก ไม่เจอ กล้อง CCTV ไม่เห็นเธอเข้าออก»

อรอนงค์นิ่งไป คิดอย่างหนัก

«เราต้องหาเชือก» เธอพูด «ถ้าเจอเชือก เราก็จะพิสูจน์ได้»

«แต่เธอคงทิ้งไปแล้วครับ» วิชัยพูด «หรือซ่อนไว้ที่เราหาไม่เจอ»

«อาจจะ» อรอนงค์พูด «แต่คนเรามักจะมีความผูกพันกับของที่ใช้ทำอาชญากรรม บางทีเธออาจจะเก็บไว้»

เธอหันมามองวิชัย

«ขอหมายค้นเพิ่มอีกครั้ง ค้นรถของเธอ บ้านของเธอ ทุกที่ที่เธออาจซ่อนของ»

«ครับ ผมจะจัดการ»

อรอนงค์ยืนขึ้น เดินไปที่หน้าต่าง มองออกไป

นอกหน้าต่าง กรุงเทพฯ ยามเช้า ผู้คนพลุกพล่าน รถติด เสียงแตร

ชีวิตเดินต่อ แม้ใครบางคนจะตาย

«นอกจากนั้น» อรอนงค์พูดต่อ «เราต้องเช็คประวัติการซื้อเชือกของเธอ เช็ครายการบัตรเครดิต ใบเสร็จทุกอย่าง»

«ครับ»

«และเช็คระบบ CCTV อีกครั้ง» อรอนงค์พูด «เราพบว่ามีคนใช้รหัสของชัยพรเข้าระบบปิดกล้อง 3 นาที แต่ยังไม่แน่ใจว่าใคร»

«ผมจะเช็คกับทีม IT ครับ» วิชัยพูด «ดูว่าใครเข้าระบบตอนนั้น»

อรอนงค์พยักหน้า

«เรากำลังใกล้แล้ว วิชัย» เธอพูด «เราเกือบจะไขคดีนี้ได้แล้ว»

«ครับ» วิชัยพูด «แต่เราต้องระวัง ถ้าพรพิมลรู้สึกว่าเราจะจับเธอได้ เธออาจจะทำอะไรบางอย่าง»

«ถูกต้อง» อรอนงค์พูด «สั่งให้คนติดตามเธอตลอด 24 ชั่วโมง อย่าให้เธอหนีไปไหน»

«ครับ»

วิชัยเดินออกจากห้อง

อรอนงค์ยืนนิ่งอยู่ที่หน้าต่าง มองออกไปที่เมือง

ในใจเธอรู้แล้วว่าใครคือฆาตกร

แต่เธอต้องการหลักฐาน

ชั่วโมงต่อมา

อรอนงค์เดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของเธอ วิชัยนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ กำลังเช็คข้อมูล

เสียงโทรศัพท์ดัง เจ้าหน้าที่ต้อนรับรับสาย

«พ.ต.อ. อรอนงค์ค่ะ มีคุณจิราภา นักข่าว มาหาค่ะ บอกว่าอยากสัมภาษณ์เรื่องคดีคุณชัยพร»

อรอนงค์ถอนหายใจ «บอกเธอว่าไม่สะดวกค่ะ»

«ค่ะ»

แต่ไม่นานนัก จิราภาเดินตรงเข้ามาในโรงพัก ผ่านเจ้าหน้าที่ต้อนรับ มุ่งตรงมาที่โต๊ะของอรอนงค์

«คุณตำรวจค่ะ» จิราภาพูดดังพอที่คนรอบข้างได้ยิน «ดิฉันขอสัมภาษณ์สักครู่ได้ไหมคะ?»

อรอนงค์มองเธอ «ขอโทษค่ะ ยังให้ข้อมูลไม่ได้»

«แค่สักครู่ค่ะ» จิราภายืนกราน «ประชาชนมีสิทธิ์รู้ ตอนนี้คดีคืบหน้าแค่ไหนแล้ว? มีผู้ต้องสงสัยหรือยัง?»

«ไม่สะดวกให้ข้อมูลค่ะ» อรอนงค์พูดเรียบ

«ดิฉันได้ข้อมูลมาว่า ตำรวจเรียกคุณพรพิมล ภรรยาของผู้ตายมาสอบสวนเมื่อเช้า» จิราภาพูด «นั่นหมายความว่าเธอคือผู้ต้องสงสัยใช่ไหมคะ?»

อรอนงค์นิ่ง

วิชัยหันมามอง รู้สึกไม่สบายใจที่จิราภารู้ข้อมูลภายใน

«คุณได้ข้อมูลมาจากไหนค่ะ?» อรอนงค์ถาม

จิราภายิ้มบางๆ «แหล่งข่าวค่ะ นักข่าวไม่เปิดเผยแหล่งข่าว»

«คุณกำลังรบกวนการสืบสวนค่ะ» อรอนงค์พูดเย็นชา «ถ้าคุณไม่ออกไป ดิฉันจะดำเนินคดี»

«ดิฉันแค่ทำงานของดิฉันค่ะ» จิราภาตอบ «เหมือนคุณทำงานของคุณ ประชาชนต้องการรู้ว่าตำรวจจะจับฆาตกรได้เมื่อไหร่ หรือว่าจะปล่อยให้คดีนี้เป็นคดีตายอีก?»

«คดีนี้จะไม่เป็นคดีตาย» อรอนงค์พูดเรียบ «เชื่อดิฉัน»

จิราภาหยุดนิ่ง มองตาอรอนงค์นานๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป

«คุณรู้ไหมคะว่าทำไมดิฉันถึงทำงานนี้?» เธอถาม «ทำไมดิฉันถึงกวนใจคุณขนาดนี้?»

อรอนงค์ไม่ตอบ

«เพราะดิฉันเคยเป็นเหยื่อค่ะ» จิราภาพูด «ดิฉันเคยถูกทำร้ายในครอบครัว เคยหนี เคยขอความช่วยเหลือจากตำรวจ»

«แต่คดีดิฉันกลายเป็นคดีตาย» เธอพูดต่อ «เพราะไม่มีพยาน ไม่มีหลักฐานเพียงพอ และตำรวจก็ไม่สนใจมากพอ»

อรอนงค์นิ่งฟัง

«ดังนั้นตอนนี้ดิฉันเป็นนักข่าว» จิราภาพูด «ดิฉันติดตามทุกคดีความรุนแรง ดิฉันกดดันตำรวจให้ทำงานให้เต็มที่ ไม่ให้คดีกลายเป็นคดีตาย»

«ไม่ใช่เพราะดิฉันเกลียดตำรวจ» เธออธิบาย «แต่เพราะดิฉันอยากให้เหยื่อทุกคนได้รับความยุติธรรม ได้รับความสนใจที่พวกเธอสมควรได้รับ»

«ดิฉันไม่ได้ความยุติธรรมในคดีของดิฉัน» จิราภาพูด «แต่ดิฉันจะทำให้แน่ใจว่าคนอื่นได้รับ»

«แม้ว่าดิฉันจะต้องกวนใจคุณก็ตาม»

อรอนงค์มองเธอด้วยสีหน้าเปลี่ยนไป ไม่ใช่ความโกรธอีกต่อไป แต่เป็นความเข้าใจ

«ดิฉันเข้าใจค่ะ» เธอพูดสั้นๆ

«แต่คดีนี้ต่างค่ะ» อรอนงค์พูดต่อ «เราทำงานเต็มที่ เรามีหลักฐาน เรากำลังเข้าใกล้ฆาตกรแล้ว»

«แต่เราต้องการเวลา» เธออธิบาย «เราต้องทำให้แน่ใจว่าทุกอย่างแน่นหนา ไม่มีช่องโหว่ เพื่อว่าฆาตกรจะไม่หนีจากความยุติธรรม»

«ถ้าคุณเผยแพร่ข้อมูลตอนนี้» อรอนงค์พูด «คุณอาจจะทำให้ฆาตกรหนี ทำลายหลักฐาน หรือเตรียมตัวสู้คดี»

«แล้วเหยื่อก็จะไม่ได้รับความยุติธรรม» เธอพูดต่อ «เหมือนคุณ»

จิราภานิ่งไป

«ดิฉันไม่ได้บอกให้คุณหยุดทำงานค่ะ» อรอนงค์พูด «แต่ดิฉันขอให้คุณรอ รอแค่อีกสักสองสามวัน เราจะจับฆาตกรได้ และตอนนั้นคุณจะได้ข่าวใหญ่»

«คุณจะได้เขียนเรื่องราวทั้งหมด» เธอพูดต่อ «เรื่องที่ตำรวจทำงานหนัก ไม่ปล่อยให้คดีตาย»

«นั่นคือสิ่งที่คุณต้องการใช่ไหมค่ะ?»

จิราภานิ่งไปนาน

«สองวันค่ะ» เธอพูดในที่สุด «ดิฉันให้เวลาสองวัน ถ้าคุณไม่จับใครได้ ดิฉันจะเขียนข่าวออกไป»

«ขอบคุณค่ะ» อรอนงค์พูด «นั่นเพียงพอแล้ว»

จิราภาพยักหน้า «แต่ดิฉันจะติดตามนะคะ ดิฉันไว้ใจคุณ แต่ดิฉันจะเช็คให้แน่ใจ»

«ดิฉันเข้าใจค่ะ» อรอนงค์พูด

จิราภาเดินออกไป แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ด้วยท่าทางท้าทาย แต่เป็นด้วยความเข้าใจ

วิชัยมองตาม «เธอจะทำให้เราลำบากครับ»

«ใช่» อรอนงค์พูด «แต่เธอก็ทำงานของเธอ เราต้องยอมรับ»

«แต่เธอรู้ข้อมูลภายในครับ» วิชัยพูด «แปลว่ามีคนรั่วข่าวให้เธอ»

อรอนงค์นิ่งไป «ต้องเช็คภายในกองนี้ แต่ตอนนี้เรามีเรื่องสำคัญกว่า เราต้องปิดคดีให้เร็วที่สุด ก่อนที่สื่อจะทำให้เรื่องมันระเบิด»

บ่ายวันเดียวกัน 15.00 น.

อรอนงค์และวิชัยกลับไปที่ตึก The Zenith อีกครั้ง ครั้งนี้มีหมายค้นสำหรับรถของพรพิมล

รถเบนซ์สีดำ จอดอยู่ที่ชั้นใต้ดิน

พวกเขาเปิดประตูรถ ตรวจทุกซอก ทุกมุม

เบาะหน้า เบาะหลัง กล่องใส่ของ ท้ายรถ

ไม่เจอเชือก

วิชัยเปิดกระโปรงหน้า เช็คห้องเครื่อง

ไม่เจอ

เปิดท้ายรถ ยกพรมขึ้นมาดู เช็คล้อสำรอง

ไม่เจอ

«ไม่มีครับ» วิชัยพูด «เธอไม่ได้ซ่อนไว้ในรถ»

อรอนงค์นิ่งไป «งั้นเธอซ่อนไว้ที่ไหน? หรือทิ้งไปแล้ว?»

«อาจจะครับ»

พวกเขากลับไปที่โรงพัก

ระหว่างทาง โทรศัพท์อรอนงค์ดัง

«ครับผม»

«ท่านผู้กำกับครับ ผม ร.ต.ท. ธนา จากดิจิทัลฟอเรนซิกครับ» เสียงผู้ชายพูดเรียบ «ผมได้เช็ครายการบัตรเครดิตของคุณพรพิมลแล้วครับ»

«ได้ผลอย่างไรค่ะ?»

«เจอครับ» ธนาพูด «วันที่ 5 มกราคม 2026 คุณพรพิมลซื้อของที่ร้านเอาท์ดอร์ โปรย่านสยามครับ ยอดเงิน 2,850 บาท»

อรอนงค์หัวใจเต้นแรง «ซื้ออะไรค่ะ?»

«ผมโทรไปสอบถามร้านแล้วครับ» ธนาพูด «พนักงานเช็ครายการแล้วบอกว่าลูกค้าซื้อเชือกไนลอนยาว 10 เมตร สีน้ำเงิน และถุงมือปีนเขา»

ได้แล้ว

อรอนงค์หายใจออกช้าๆ

«ขอบคุณมากค่ะ เก็บหลักฐานไว้ให้ดีนะค่ะ»

«ครับ»

อรอนงค์วางสาย หันมาบอกวิชัย

«เจอแล้ว พรพิมลซื้อเชือกไนลอนยาว 10 เมตร สีน้ำเงิน วันที่ 5 มกราคม 10 วันก่อนเกิดเหตุ»

วิชัยปรบมือ «เยี่ยมเลยครับ! นี่คือหลักฐานว่าเธอวางแผนล่วงหน้า»

«ใช่» อรอนงค์พูด «ตอนนี้เรามีหลักฐานแล้ว เชือกที่เธอซื้อ รอยขีดข่วนบนราว ใยเชือกที่พบ และแรงจูงใจชัดเจน»

«แต่เธอจะอ้างว่าซื้อไปทำอะไรอย่างอื่นครับ» วิชัยพูด «เช่น ผูกของ หรือใช้ในบ้าน»

«ก็เช็คต่อ» อรอนงค์พูด «ดูว่าเธอใช้เชือกทำอะไร ถ้าเธอไม่มีเหตุผลที่สมเหตุสมผล เราก็จะมีหลักฐานแข็งแกร่งขึ้น»

พวกเขาถึงโรงพัก เจ้าหน้าที่ต้อนรับรีบเข้ามา

«พ.ต.อ. อรอนงค์ค่ะ มีทนายความมารอค่ะ บอกว่าเป็นทนายของคุณพรพิมล อยากพบคุณ»

อรอนงค์และวิชัยมองกัน

«ชื่ออะไรค่ะ?»

«คุณสมชาติ ทนายความค่ะ»

อรอนงค์พยักหน้า «พาเขาเข้าห้องสัมภาษณ์»

ไม่นานนัก ผู้ชายวัยสี่สิบห้า สูง สวมสูทสีดำเรียบร้อย ถือกระเป๋าหนัง เดินเข้ามา

«สวัสดีครับ คุณตำรวจ» เขาพูดเรียบ มั่นใจ «ผมสมชาติ วิชัยสิทธิ์ ทนายความของคุณพรพิมล สุวรรณทิพย์ครับ»

«สวัสดีค่ะ» อรอนงค์พูด «มีอะไรค่ะ?»

«ผมได้รับแจ้งว่าคุณเรียกลูกความผมมาสอบสวนเมื่อเช้า» สมชาติพูด «และกำลังดำเนินการหมายค้นรถของเธอ ผมอยากทราบว่าตอนนี้คุณสงสัยลูกความผมหรือครับ?»

«เรากำลังสืบสวนค่ะ» อรอนงค์ตอบ «ยังไม่มีข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ»

«แต่คุณเรียกเธอมาสอบสวน ค้นรถ ค้นบ้าน» สมชาติพูด «นั่นแสดงว่าคุณสงสัยเธอ ถูกไหมครับ?»

«เราสืบสวนทุกคนที่เกี่ยวข้องค่ะ» อรอนงค์พูดเรียบ

สมชาติพยักหน้าช้าๆ «เข้าใจครับ แต่ผมขอแจ้งให้ทราบว่า ต่อจากนี้ถ้าคุณต้องการสอบสวนลูกความผมอีก กรุณาแจ้งผมก่อน ผมจะอยู่ด้วยตลอด และลูกความผมมีสิทธิ์ปฏิเสธการตอบคำถามที่อาจจะให้ร้ายตัวเอง»

«ทราบดีค่ะ» อรอนงค์พูด

สมชาตินิ่งไปครู่หนึ่ง มองตาอรอนงค์ แล้วพูดออกมา

«คุณตำรวจครับ» เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป จริงจังกว่า «ผมต้องบอกอะไรบางอย่างกับคุณ»

«พูดเลยค่ะ» อรอนงค์ตอบ

«ผมทำงานทนายความมา 20 ปี» สมชาติพูด «ปกป้องลูกความมาหลายร้อยคน บางคนบริสุทธิ์ บางคนไม่»

«แต่นั่นไม่ใช่หน้าที่ของผมที่จะตัดสิน» เขาพูดต่อ «หน้าที่ของผมคือปกป้องสิทธิของลูกความ ให้เธอได้รับการพิจารณาอย่างยุติธรรม»

«ดิฉันเข้าใจค่ะ» อรอนงค์พูด

«คุณพรพิมลจ้างผมมา» สมชาติพูด «และผมจะทำงานของผมให้ดีที่สุด»

«แต่ผมอยากให้คุณรู้อะไรบางอย่าง» เขาพูดต่อ «เมื่อคุณพรพิมลมาหาผมครั้งแรก เธอเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ว่าสามีตาย ห้องปิดตาย ตำรวจเริ่มสงสัยเธอ»

«เธอเล่าอย่างสงบมาก» สมชาติอธิบาย «ไม่ตื่นตระหนก ไม่ร้องไห้ ไม่โกรธ»

«แค่เรียบเฉย» เขาพูด «เหมือนกับเธอกำลังเล่าเรื่องของคนอื่น ไม่ใช่เรื่องของสามีตัวเอง»

«นั่นทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ» สมชาติพูดตรงๆ «ปกติถ้าคนบริสุทธิ์ถูกกล่าวหา เธอจะกลัว โกรธ หรืออย่างน้อยก็วิตกกังวล»

«แต่คุณพรพิมลไม่มีอารมณ์เลย» เขาพูด «เธอแค่ถามผมว่า ตำรวจมีหลักฐานอะไรบ้าง แล้วผมควรทำอย่างไรเพื่อปกป้องเธอ»

อรอนงค์นิ่งฟัง

«ทำไมคุณถึงบอกดิฉันค่ะ?» เธอถาม

สมชาตินิ่งไป

«เพราะผมเป็นทนายความ» เขาตอบ «ไม่ใช่นักหลอกลวง»

«ผมจะทำงานของผมให้ดีที่สุด» เขาพูดต่อ «ผมจะปกป้องสิทธิของเธอ ไม่ให้ตำรวจละเมิด ไม่ให้ใครใช้หลักฐานที่ผิดกฎหมาย»

«แต่ถ้าคุณมีหลักฐานที่แน่นหนา» สมชาติพูด «ถ้าคุณทำงานอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย ไม่ละเมิดสิทธิ์»

«ผมจะไม่ขัดขวางความยุติธรรม» เขาพูด «ผมจะทำให้แน่ใจว่ากระบวนการถูกต้อง แต่ถ้าเธอผิดจริง เธอก็ต้องรับผิดชอบ»

«นั่นคือหน้าที่ของศาล ไม่ใช่หน้าที่ของผม» สมชาติพูด «แต่ผมจะไม่ช่วยให้ฆาตกรหนีพ้นโดยใช้กลลวงทางกฎหมาย»

«ผมแค่ต้องการให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าอย่างถูกต้อง» เขาสรุป

อรอนงค์มองเขาด้วยความนับถือ

«ขอบคุณที่บอกค่ะ» เธอพูด «และดิฉันให้คำมั่นว่า เราจะทำงานอย่างถูกต้อง ไม่ละเมิดสิทธิ์ใครทั้งนั้น»

«เราแค่ต้องการความจริง» อรอนงค์พูดต่อ «และความยุติธรรม»

สมชาติยิ้มเล็กน้อย

«นั่นคือสิ่งที่ผมอยากได้ยินครับ» เขาพูด «ถ้างั้น เราคงเข้าใจกัน»

«ผมจะปกป้องสิทธิของลูกความ» เขาพูดต่อ «และคุณจะทำงานตามหลักฐาน»

«แล้วศาลจะตัดสิน»

«ถูกต้องค่ะ» อรอนงค์พูด

สมชาติส่งนามบัตรให้ «ถ้ามีอะไรโทรหาผมได้ตลอดครับ»

«ค่ะ ขอบคุณค่ะ»

เขาเดินออกไป ท่าทางมั่นใจ แต่ก็มีความเคารพซึ่งกันและกัน

วิชัยรอจนเขาหายไปแล้ว «มีทนายแล้วครับ» เขาพูด

«ใช่» อรอนงค์พูด «แต่เขาเป็นทนายที่ดีค่ะ ทนายที่ซื่อสัตย์»

«คนแบบนี้ทำให้ระบบยุติธรรมทำงานได้จริง» เธอพูดต่อ «เขาปกป้องลูกความ แต่ไม่ปกป้องอาชญากร»

«ผมเข้าใจแล้วครับ» วิชัยพูด

«เราก็ทำงานต่อไป» อรอนงค์พูด «เรามีหลักฐานแล้ว เราต้องเพียงแค่ต่อจิ๊กซอว์ให้เข้าที่»

เธอมองนาฬิกา 16.00 น.

«พรุ่งนี้เราจะได้ผล DNA จากใยเชือก» เธอพูด «ถ้าตรงกับของพรพิมล เราก็จะจับเธอได้»

«ครับ» วิชัยพูด «เกือบถึงแล้วครับ»

«ใช่» อรอนงค์พูด «เกือบถึงแล้ว»

หลักฐานที่แข็งแกร่ง

หลักฐานที่ศาลจะรับ

เธอจะไม่ปล่อยให้ใครหนีจากความยุติธรรม

ไม่ว่าคนนั้นจะเก่งแค่ไหนก็ตาม

**End of Chapter 10**

**Word Count**: ~2,200 words
**Clues Revealed**:
– พรพิมล**ยอมรับว่ารู้เรื่อง affair** มา 6 เดือน
– พรพิมล**รู้เรื่องตั้งครรภ์** มา 3 สัปดาห์ (สามีบอก)
– พรพิมล**หลุดคำ “ดิฉันทนมานานแล้ว”** — แสดงความโกรธและเจ็บปวดที่สะสม
– มือพรพิมล**สั่นเล็กน้อย** ตอนเดินออก — เริ่มมีแรงกดดัน
– พรพิมลยัง**ปฏิเสธมีเชือก** — โกหกต่อเนื่อง
– บาดแผลที่มือ = **rope burn?** (อ้างว่าถูกกรรไกร)

**Investigation Plan (Next Steps)**:
– หมายค้นรถ + บ้านพรพิมลอีกครั้ง → หาเชือก
– เช็คประวัติการซื้อเชือก (บัตรเครดิต, ใบเสร็จ)
– เช็คระบบ CCTV log อีกครั้ง → ใครเข้าระบบปิดกล้อง?
– ติดตามพรพิมล 24 ชม. → ป้องกันหนี

**Tension**: พรพิมลเริ่มหลุด แต่ยังไม่ยอมสารภาพ — ต้องการหลักฐานชิ้นสุดท้าย