# Chapter 1: ห้องปิดตายบนชั้น 13
—
เสียงเคาะประตูดังขึ้นครั้งที่สิบสอง
«คุณชัยพร ครับ» เสียงของนายสมพงษ์ หัวหน้าความปลอดภัยของตึก The Zenith สั่นเล็กน้อย มือเขากุมวิทยุสื่อสารแน่น «คุณชัยพร อยู่ไหมครับ?»
ความเงียบ
ทางเดินชั้น 13 เงียบสงบเหมือนทุกเช้า พรมสีน้ำเงินเข้มกลืนเสียงฝีเท้า แสงไฟสีขาวนวลจากโคมไฟติดผนังสะท้อนกับประตูไม้สีเข้มของห้อง 13A นาฬิกาข้อมือของสมพงษ์แสดงเวลา 07.15 น.
«คุณสมพงษ์ ครับ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?» เสียงแหลมจากวิทยุ เป็นของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนอื่น
«คุณชัยพรไม่เปิดประตู» สมพงษ์ตอบเบาๆ «ออฟฟิศเขาโทรมาบอกว่านัดประชุมตั้งแต่ 06.30 น. แต่เขาไม่รับสาย ไม่ตอบอีเมล»
«จะเข้าห้องไหมครับ?»
สมพงษ์ลังเล ก่อนจะยกมือขวาขึ้นเคาะอีกครั้ง เสียงกังวานในความเงียบ
«คุณชัยพร ผมจะใช้กุญแจหลักเข้าไปแล้วนะครับ»
เขาเอื้อมมือไปหยิบบัตรผ่านประตูจากเข็มขัด แตะกับประตู แสงไฟสีเขียวกะพริบ เสียงคลิกเบาๆ
แต่ประตูไม่เปิด
สมพงษ์ขมวดคิ้ว ลองอีกครั้ง เสียงบีป สีเขียว เสียงคลิก แต่ประตูยังคงล็อคอยู่
«มีโซ่กันขโมยติดอยู่» เขากระซิบ
หัวใจสมพงษ์เต้นเร็วขึ้น เขาก้มลงมองผ่านช่องระหว่างประตูกับกรอบ เห็นสายโซ่โลหะสีเงินดึงตึง
«คุณชัยพรครับ! เปิดประตูด้วยครับ!» เขาตะโกนดังขึ้น
ไม่มีคำตอบ
สมพงษ์รู้สึกถึงความหนาวซ่านวิ่งไปตามกระดูกสันหลัง เขาหยิบวิทยุขึ้นมา «เรียกเจ้าหน้าที่ทุกคนมาชั้น 13 ด่วน และโทรเรียกตำรวจ»
—
เวลา 08.47 น.
รถตำรวจสองคันจอดหน้าตึก The Zenith แดดเช้าส่องประกายกับกระจกอาคารสูง 30 ชั้น ผู้คนที่เดินผ่านไปมาบนถนนสุขุมวิทหันมามอง
พ.ต.อ.หญิง อรอนงค์ สุริยะวงศ์ ก้าวลงจากรถคันแรก ปกติแล้วผู้กำกับการไม่ลงพื้นที่เอง แต่คดีนี้เหยื่อเป็น VIP เศรษฐีชื่อดัง สื่อจับตามอง ผู้บังคับบัญชาสั่งให้เธอดูแลเอง ผมสีดำเกล้าเรียบเป็นมวยต่ำ ชุดสูทสีกรมท่าไม่มีรอยยับ ใบหน้าไร้อารมณ์เสมือนหน้ากากหิน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองไปทางประตูกระจกของตึกแล้วเดินตรงไปโดยไม่ลังเล
«ท่านผู้กำกับ รอสักครู่ครับ» เสียงอบอุ่นดังขึ้นข้างหลัง
ร.ต.อ. วิชัย มณีรัตน์ เดินตามมา แบกกระเป๋าสะพายสีดำใบใหญ่ เขาอายุน้อยกว่าอรอนงค์สิบปี หน้าตาเป็นมิตร สายตาอ่อนโยน
«เคสนี้เป็นห้องปิดตายครับ» วิชัยพูดเบาๆ ขณะที่ทั้งสองเดินเข้าล็อบบี้ «หัวหน้า รปภ. โทรมาบอกว่าห้องล็อคตายจากด้านใน»
«ได้ยิน» อรอนงค์ตอบสั้น
พวกเขาเดินเข้าลิฟต์ อรอนงค์กดปุ่ม 13 แล้วยืนนิ่ง มือทั้งสองพักข้างลำตัว วิชัยยืนข้างๆ แอบมองหน้าเธอ
«นึกถึงคดีที่ภูเก็ตไหมครับ?» เขาถาม «คดีห้องปิดตายครั้งสุดท้ายที่เราจับได้»
«นึกถึง» อรอนงค์ตอบ แต่ไม่หันมามอง
ลิฟต์ขึ้นไปอย่างเงียบ ไฟบนจอแสดงตัวเลขเปลี่ยนทีละชั้น
*ปิ๊ง*
ประตูลิฟต์เปิด ทางเดินชั้น 13 มืดมนกว่าชั้นอื่น มีเพียงห้องเดียวในชั้นนี้ คือห้อง 13A เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสี่คนยืนรออยู่หน้าประตู หนึ่งในนั้นคือสมพงษ์ หัวหน้าทีม
«สวัสดีครับ ท่านผู้กำกับ» สมพงษ์ไหว้ «ผมชื่อสมพงษ์ ครับ หัวหน้ารปภ.»
อรอนงค์พยักหน้า «คุณพยายามเปิดประตูตั้งแต่กี่โมง?»
«07.15 น. ครับ ผมใช้กุญแจหลักแต่เปิดไม่ได้ มีโซ่กันขโมยติดอยู่ข้างใน»
«CCTV?»
«มีครับ กล้องติดตามทางเดินนี้ตลอด แต่…» สมพงษ์ลังเล «ตั้งแต่เมื่อคืน 23.00 น. จนถึงเช้านี้ ไม่มีใครเข้าออกห้องนี้เลยครับ»
อรอนงค์มองไปที่กล้อง CCTV ติดอยู่มุมทางเดิน เลนส์ดำมันจ้องมาที่พวกเขา
«เคาะประตูไม่ตอบ» อรอนงค์พูด มากกว่าถาม
«ครับ»
«โทรศัพท์ไม่รับ»
«ครับ»
«งั้นเปิดเลย»
อรอนงค์หันไปมองสมพงษ์ «มีช่างอาคารไหมคะ? ต้องตัดโซ่»
สมพงษ์พยักหน้า หยิบวิทยุขึ้นมา ไม่นานนัก ช่างอาคารรูปร่างล่ำสันถือคีมตัดโลหะเดินมาถึง
«ผมจะเปิดแล้วนะครับ» ช่างอาคารพูด
อรอนงค์ไม่ตอบ เธอยืนมองประตูด้วยสีหน้าว่างเปล่า
ช่างอาคารใช้กุญแจหลักปลดล็อคแรก จากนั้นใช้คีมตัดสายโซ่กันขโมย เสียงโลหะขาดดังกังวาน
ประตูเปิด
สิ่งแรกที่อรอนงค์เห็นคือความมืด ม่านสีครีมถูกปิดมิดชิด แสงแดดเล็ดลอดเข้ามาเป็นเส้นบางๆ
สิ่งที่สองคือกลิ่น กลิ่นโลหะของเลือด ปนกับกลิ่นน้ำหอมของผู้ชาย และอากาศอับ
ครั้งที่สามคือศพ
นั่งอยู่บนโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้ม หันหลังให้ประตู ศีรษะเอนไปข้างหน้าเล็กน้อย มือทั้งสองวางบนตัก เหมือนกำลังนั่งพักผ่อน
«คุณชัยพร สุวรรณทิพย์» สมพงษ์กระซิบ
อรอนงค์ก้าวเข้าไป หยิบถุงมือไนไตรจากกระเป๋าสูท สวมอย่างช้าๆ
ห้องกว้างใหญ่ พื้นไม้เนื้อแข็งสีเข้ม เฟอร์นิเจอร์หรูหรา โซฟาหนัง โต๊ะกาแฟแก้ว จอทีวีขนาดใหญ่ติดผนัง ทางด้านซ้ายคือห้องครัวเปิด ด้านขวาคือทางไปห้องนอนและห้องน้ำ
อรอนงค์เดินไปรอบศพ ยืนหน้าโซฟา
ชายวัยห้าสิบกลางๆ ผมสั้นหงอกบางส่วน ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงสแล็กส์สีดำ ใบหน้าซีดขาว ริมฝีปากเป็นสีม่วงอมน้ำเงิน ดวงตาลืมโพลง จ้องมาที่อรอนงค์แต่ไม่เห็นอะไร
รอยเลือดแห้งบนเสื้อเชิ้ต บริเวณหน้าอก มีรอยปริแตกของผ้าเล็กๆ
«บาดแผลแทง» อรอนงค์กระซิบ
วิชัยเดินเข้ามาข้างๆ เขาก้มลงมองรอยบาดแผล «ครั้งเดียว ครับ ตรงหัวใจ»
«อาวุธไม่เห็น»
«ครับ» วิชัยพูด «ถ้าฆาตกรแทงตรงหัวใจแบบนี้ มีดต้องยาวพอสมควร แต่ผมไม่เห็นในห้องเลย ซึ่งหมายความว่าฆาตกรต้องเอาออกไป… แต่ออกไปได้ยังไงในเมื่อห้องล็อคตายจากด้านใน?»
อรอนงค์ยืดตัวตรงขึ้น มองรอบห้องอีกครั้ง สายตาของเธอเคลื่อนช้าๆ วิเคราะห์ทุกมุม ทุกสิ่งของ
โต๊ะกาแฟมีแก้วน้ำเปล่าหนึ่งใบ ว่างเปล่า ไม่มีน้ำ ไม่มีลายนิ้วมือชัดเจน
พรมสีเทาเข้มใต้โต๊ะ มีรอยอะไรบางอย่างเล็กน้อย อรอนงค์ก้มลง มองใกล้ๆ
รอยถลอก บางมาก แทบมองไม่เห็น
«วิชัย มาดูนี่» เธอเรียก
วิชัยเข้ามาก้มดู «รอยถลอกครับ เหมือน… มีอะไรบางอย่างถูกเคลื่อนไปข้ามพรม»
«หรือมีอะไรบางอย่างถูกลากมา» อรอนงค์พูด
«ผมสังเกตเห็นอีกอย่างครับ» วิชัยพูด ขณะที่ยืนขึ้น «ศพนั่งบนโซฟาในท่าทางที่สงบเกินไป ถ้าถูกแทงตรงหัวใจ คนปกติควรจะสะดุ้ง ดิ้นรน หรืออย่างน้อยก็พยายามจับอาวุธ แต่นี่… มือวางบนตักเรียบร้อย เหมือนกำลังนั่งพักผ่อน»
อรอนงค์หันมามอง สายตาคมขึ้นเล็กน้อย «คุณคิดว่า?»
«ผมคิดว่าศพอาจจะถูกจัดท่าทาง ครับ หลังจากตาย»
อรอนงค์พยักหน้าช้าๆ ไม่พูดอะไร แต่สายตาของเธอเคลื่อนกลับไปมองศพอีกครั้ง ก่อนจะเดินไปที่ประตู มองที่โซ่กันขโมยที่ถูกตัด โลหะสีเงินมันเงางามเกินไป ใหม่เกินไป
«โซ่กันขโมยนี้ ดูใหม่» อรอนงค์พูด
วิชัยเดินมาดู «ครับ ดูใหม่กว่ากลอนประตูอื่นๆ ในห้อง»
อรอนงค์ก้าวออกไปที่ทางเดิน หันไปมองกล้อง CCTV อีกครั้ง «คุณสมพงษ์ ดิฉันอยากดูภาพบันทึกตั้งแต่เมื่อคืน»
«ได้ครับ ท่านผู้กำกับ ห้องควบคุมอยู่ชั้น 1»
«เดี๋ยวไปดู» อรอนงค์หันกลับมามองที่ประตู «ตอนนี้ปิดที่เกิดเหตุก่อน รอเจ้าหน้าที่นิติเวช ห้ามใครเข้าไป»
«ครับ»
อรอนงค์ก้าวกลับเข้าไปในห้อง มองไปที่ศพอีกครั้ง ชายคนนั้นนั่งอยู่บนโซฟา เหมือนกำลังรอใครสักคน
แต่ใครก็ตามที่เขารอ ไม่มาตามทางประตู
ไม่มีทางเข้า ไม่มีทางออก
ห้องปิดตาย
อรอนงค์ยืนอยู่นิ่ง มองศพด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ แต่ในหัวของเธอ คำถามเริ่มก่อตัวขึ้นทีละข้อ
*ทำไมเขานั่งบนโซฟา? ถ้าถูกแทงตรงหัวใจ เขาควรจะล้มลงทันที*
*ทำไมไม่มีเลือดบนพื้น? เพียงแค่เปื้อนบนเสื้อเท่านั้น*
*อาวุธไปไหน? ใครเอาออกไป?*
*และที่สำคัญที่สุด: ถ้าห้องล็อคตายจากด้านใน CCTV ไม่พบใครเข้าออก ฆาตกรหนีไปได้อย่างไร?*
«ท่านผู้กำกับ» วิชัยเรียกเธอ «เจ้าหน้าที่นิติเวชมาถึงแล้วครับ»
อรอนงค์พยักหน้า เธอหันหลังให้กับศพ เดินออกจากห้อง
ครั้งสุดท้ายที่เธอมองกลับไป เจ้าหน้าที่นิติเวชเปิดม่านออกเพื่อให้แสงส่องเข้ามา แสงแดดยามเช้าตกลงมาตรงโซฟา ทำให้ศพดูเหมือนกำลังนั่งพักผ่อนอย่างสงบ
เงียบ นิ่ง
และตายไปแล้ว
—
**End of Chapter 1**
—
**Word Count**: ~1,800 words
**Location**: ~/mint-workspace/projects/locked-room-13/chapters/chapter-01-locked-room.md
**Status**: Chapter 1 เสร็จสมบูรณ์
**Next**: Chapter 2 – สถานที่เกิดเหตุ (forensics investigation)