คดีปิดตายบนชั้น 13 — บทที่ 4: ภรรยาที่เย็นชา

# Chapter 4: ภรรยาที่เย็นชา

อรอนงค์ยืนอยู่หน้าประตูห้อง 12B มือขวาของเธอยกขึ้นเคาะ เสียงกังวานไปในทางเดินชั้น 12 ซึ่งเงียบกว่าชั้น 13 เล็กน้อย

ห้องชั้นนี้มีสองห้อง 12A และ 12B เรียงกันไปตามทางเดิน พรมสีน้ำตาลเข้มกลืนเสียงฝีเท้า แสงไฟสีขาวนวลจากโคมไฟติดผนังสะท้อนกับประตูไม้สีเข้ม

«คุณพรพิมล» อรอนงค์พูดเบาๆ «ดิฉันอยากสอบถามเพิ่มเติมอีกสักครู่»

ประตูเปิดหลังจากผ่านไปประมาณสิบวินาที

ผู้หญิงวัยสี่สิบห้ายืนอยู่หน้าประตู ผมยาวสีดำเกล้าเป็นมวยต่ำเรียบร้อย ใบหน้าสวย แต่เย็นชา ผิวขาวเนียน ไม่มีรอยร่องของความเศร้า ดวงตาสีดำมองมาที่อรอนงค์ด้วยสายตาไม่มีอารมณ์

พรพิมล สุวรรณทิพย์ ภรรยาคนที่สองของเหยื่อ

«เชิญเข้ามาค่ะ» เธอพูด เสียงนุ่มนวล แต่ห่างเหิน

อรอนงค์ก้าวเข้าไป วิชัยตามเข้ามาข้างหลัง

ห้อง 12B กว้างขวางพอๆ กับห้อง 13A แต่มีความรู้สึกต่างกันโดยสิ้นเชิง ถ้าห้องบนเป็นสำนักงานผู้ชายที่เน้นความเป็นมืออาชีพ ห้องนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของผู้หญิงที่ชอบความเรียบร้อย

โซฟาสีครีม โต๊ะกาแฟแก้วใส แจกันดอกไม้สดสีขาว ม่านสีครีมกรองแสงแดดเข้ามาเบาๆ ทำให้ห้องดูสว่างและสงบ

«นั่งค่ะ» พรพิมลชี้ไปที่โซฟา เธอเดินไปนั่งบนเก้าอี้เดี่ยวตรงข้าม วางมือทั้งสองบนตักอย่างเรียบร้อย

อรอนงค์นั่งลง วิชัยนั่งข้างๆ

«ดิฉันเสียใจกับเรื่องของคุณชัยพรด้วย» อรอนงค์เริ่มต้น

«ขอบคุณค่ะ» พรพิมลตอบ ใบหน้ายังคงเรียบเฉย ไม่มีน้ำตา ไม่มีความโศกเศร้า

ห้องเงียบไปชั่วขณะ วิชัยแอบมองหน้าอรอนงค์ เธอกำลังสังเกตพรพิมลอย่างละเอียด

«คุณพรพิมล เมื่อคืนคุณอยู่ที่ไหน?» อรอนงค์ถาม

«อยู่ที่นี่ค่ะ» พรพิมลตอบ «นอนตั้งแต่ประมาณสี่ทุ่มครึ่ง ไม่ได้ออกไปไหน»

«คุณอยู่คนเดียวหรือค่ะ?»

«ค่ะ อยู่คนเดียว»

«ไม่มีใครมาเยี่ยมหรือโทรศัพท์มาหาหรือค่ะ?»

«ไม่มีค่ะ»

อรอนงค์พยักหน้าช้าๆ «คุณและคุณชัยพรอยู่กันอย่างไรค่ะ?»

พรพิมลหยุดพูดชั่วขณะ ดวงตาของเธอเคลื่อนไปมองผ่านหน้าต่างไปยังท้องฟ้าข้างนอก แล้วมองกลับมาที่อรอนงค์

«เราแต่งงานมาสามปีค่ะ» เธอพูด «ดิฉันเป็นภรรยาคนที่สอง ภรรยาคนแรกของเขาเสียชีวิตไปแปดปีแล้ว ดิฉันรู้จักเขาผ่านงานการกุศล เขาเป็นผู้อุปถัมภ์ มูลนิธิที่ดิฉันทำงานอยู่»

«ความสัมพันธ์เป็นอย่างไรค่ะ?» อรอนงค์ถามต่อ

พรพิมลยิ้มเจือขม «ปกติค่ะ เราอยู่กันเหมือนคนแต่งงานทั่วไป เขาทำงานมาก ดิฉันมีกิจกรรมของดิฉันเอง เราให้พื้นที่กัน»

«คุณรู้ไหมค่ะว่าคุณชัยพรมีความสัมพันธ์พิเศษกับคนอื่น?»

ครั้งนี้พรพิมลไม่ตอบทันที เธอมองมือของตัวเอง มือซ้ายแต่งงานมีแหวนเพชรเม็ดใหญ่ เธอหมุนแหวนช้าๆ

«ดิฉันรู้ค่ะ» เธอพูดเบาๆ «ดิฉันรู้เรื่องน.ส.ลดา»

«รู้สึกอย่างไรค่ะ?»

พรพิมลเงยหน้าขึ้นมอง สีหน้าของเธอยังคงเย็นชา «ดิฉันผิดหวังค่ะ แต่ไม่ประหลาดใจ ผู้ชายอย่างเขา มีเงิน มีอำนาจ มักจะมีคนอื่นอยู่เสมอ ดิฉันยอมรับความเป็นจริง»

«ทำไมไม่หย่า?» วิชัยถาม

พรพิมลหันไปมองเขา «หย่าเพื่ออะไรค่ะ? ดิฉันมีชีวิตที่สบายอยู่แล้ว มีบ้าน มีเงิน มีเสรีภาพ การหย่าจะทำให้ดิฉันได้อะไร? ความรู้สึกว่าชนะหรือค่ะ?»

วิชัยนิ่งไป ในใจเขารู้สึกว่าคำตอบนี้… เย็นชาเกินไป เหมือนคนที่คำนวณทุกอย่างด้วยเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์

อรอนงค์จดบันทึกในใจ รอยแผลบนมือของพรพิมลที่เธอสังเกตเห็นครั้งแรกยังไม่หาย เธอเก็บข้อมูลนี้ไว้ในใจ

«คุณพรพิมล คุณได้ยินเสียงอะไรผิดปกติเมื่อคืนไหม? จากห้องชั้นบนบ้าง?»

«ไม่ได้ยินค่ะ ห้องกันเสียงดี แถมดิฉันนอนหลับสนิท»

«คุณตื่นกี่โมงเช้าค่ะ?»

«ประมาณหกโมงครึ่งค่ะ แล้วก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของรปภ. ดังจากด้านบน รู้สึกว่ามีอะไรไม่ปกติ»

อรอนงค์ลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปข้างนอก ห้อง 12B มีระเบียงเล็กๆ เหมือนห้อง 13A เธอเปิดประตูกระจกเดินออกไป

ระเบียงกว้างประมาณสามเมตร มีราวเหล็กสีดำสูงถึงเอว กระถางดอกไม้สองสามใบวางอยู่มุมระเบียง ทิวทัศน์มองเห็นถนนสุขุมวิทและตึกสูงรอบๆ

อรอนงค์ก้มลงมองราวระเบียง พบรอยถลอกเล็กๆ บนโลหะ บริเวณกลางราว เหมือนมีอะไรบางอย่างถูกผูกแน่นแล้วถูกดึง

เธอเงยหน้าขึ้นมอง ชั้น 13 อยู่เหนือศีรษะไม่ไกลนัก ประมาณสามเมตร ระเบียงห้อง 13A มองเห็นได้จากตรงนี้

สามเมตร

พอดี

«คุณพรพิมล เคยขึ้นไปห้อง 13A บ้างไหมค่ะ?» อรอนงค์ถามขณะเดินกลับเข้ามาในห้อง

«บ่อยมากค่ะ» พรพิมลตอบ «ดิฉันมีกุญแจ มีรหัสผ่าน เข้าไปได้ตลอด แต่เมื่อคืนดิฉันไม่ได้ขึ้นไป»

«คุณรู้รหัสผ่านระบบรักษาความปลอดภัยด้วยหรือค่ะ?»

พรพิมลหยุดพูดชั่วขณะ «ค่ะ ดิฉันรู้ สามีให้ไว้เผื่อฉุกเฉิน แต่ดิฉันไม่เคยใช้»

«ไม่เคยเลยหรือค่ะ?»

«ไม่เคยค่ะ»

อรอนงค์มองตาพรพิมลตรงๆ «คุณพรพิมล คุณทราบไหมค่ะว่าคุณชัยพรมีศัตรูหรือคนที่อาจจะทำร้ายเขา?»

พรพิมลคิดครู่หนึ่ง «เขามีธุรกิจเยอะค่ะ มีคนไม่ชอบเขาเยอะเหมือนกัน แต่ว่าใครจะทำขนาดฆ่า ดิฉันไม่แน่ใจ»

«คุณคิดว่าน.ส.ลดามีส่วนเกี่ยวข้องไหมค่ะ?»

«ไม่รู้ค่ะ» พรพิมลส่ายหน้า «เธออ่อนแอเกินไป ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก»

«แล้วชนินทร์ล่ะค่ะ?» วิชัยถาม «ลูกเลี้ยงของคุณ»

พรพิมลหันไปมองเขา ครั้งนี้สีหน้าของเธอมีอารมณ์ขึ้นมาเล็กน้อย ขมขื่น

«ชนินทร์เกลียดพ่อเขาค่ะ» เธอพูด «เกลียดมาตั้งแต่เด็ก เกลียดดิฉันด้วย ไม่ยอมรับดิฉันเป็นแม่เลี้ยง เรียกดิฉันว่า ‘พี่พิมล’ ตลอด เขาเห็นดิฉันเป็นผู้บุกรุกครอบครัว แม้ว่าแม่ของเขาจะตายไปนานแล้วก็ตาม»

«เขาอาจจะทำร้ายพ่อของเขาได้ไหมค่ะ?»

พรพิมลเงียบไป มองออกไปนอกหน้าต่าง

«ดิฉันไม่รู้ค่ะ» เธอพูดในที่สุด «คนเราเวลาโกรธจัดทำอะไรก็ได้ แต่ดิฉันหวังว่าเขาคงไม่ถึงขนาดนั้น»

อรอนงค์จดบันทึก «คุณพรพิมล ถ้าคุณนึกอะไรได้ หรือมีข้อมูลอะไรเพิ่มเติม โปรดติดต่อดิฉันนะคะ»

เธอส่งนามบัตรให้ พรพิมลรับไว้ มองชั่วขณะแล้ววางลงบนโต๊ะ

«ดิฉันจะโทรไปค่ะถ้ามีอะไร» พรพิมลพูด «แต่ตอนนี้ดิฉันก็ไม่รู้อะไรมากกว่านี้แล้ว»

อรอนงค์ยืนขึ้น วิชัยตามลุกขึ้น

«ขอบคุณสำหรับเวลาค่ะคุณพรพิมล» อรอนงค์ไหว้

พรพิมลส่งพวกเขาออกมาถึงประตู ก่อนปิดประตู อรอนงค์หันกลับมามองอีกครั้ง

«อีกอย่างนะคะ» อรอนงค์พูด «คุณเคยมีเชือกหรือเครื่องมือปีนป่ายอะไรบ้างไหมค่ะ?»

พรพิมลขมวดคิ้ว «เชือก? ไม่มีค่ะ ทำไมถามค่ะ?»

«แค่สอบถามค่ะ ขอบคุณค่ะ»

ประตูปิดลง อรอนงค์และวิชัยเดินไปที่ลิฟต์

«ท่านผู้กำกับคิดอย่างไรครับ?» วิชัยถามเมื่อประตูลิฟต์ปิด

«เธอเย็นชาเกินไป» อรอนงค์ตอบ «สามีเพิ่งตาย แต่ไม่มีน้ำตาเลย ไม่มีความเศร้า»

«อาจจะเป็นคนไม่แสดงออกก็ได้ครับ»

«หรือเธอไม่เสียใจ» อรอนงค์พูด

วิชัยเงียบไป

«แล้วเรื่องมือล่ะครับ?» เขาถามหลังจากนั้น «รอยแผลบนมือ เธอบอกว่าถูกกรรไกร แต่ท่านผู้กำกับไม่เชื่อใช่ไหมครับ?»

«ดูไม่เหมือนบาดแผลจากกรรไกร» อรอนงค์ตอบ «เหมือนรอยถลอกจากเชือกมากกว่า»

«เชือก?»

«เชือกที่ถูกดึงแรงๆ ผ่านมือ» อรอนงค์อธิบาย «เหมือนคนที่กำเชือกแน่นแล้วเชือกถูกดึงไป»

วิชัยนึกภาพออก «เหมือนคนที่ปีนเชือก หรือดึงเชือกหนักๆ»

«หรือดึงบางอย่างขึ้นมา» อรอนงค์พูด «หรือลงไป»

ลิฟต์หยุดที่ชั้นล่าง พวกเขาเดินออกไป

«ระยะห่างจากระเบียงห้อง 12B ไปยัง 13A ประมาณเท่าไหร่ครับ?» วิชัยถาม

«สามเมตรค่ะ» อรอนงค์ตอบ «พอดี»

«พอดีกับอะไรครับ?»

อรอนงค์หยุดเดิน หันมามองวิชัย

«พอดีกับความยาวเชือก… ถ้ามีใครใช้เชือกเคลื่อนตัวระหว่างชั้น» เธอพูดช้าๆ เหมือนกำลังคิดออกเสียง

วิชัยลืมตาโพลง «ท่านผู้กำกับหมายความว่า… พรพิมลอาจจะปีนลงมาจากห้อง 13A?»

«หรือปีนขึ้นไป» อรอนงค์พูด «ถ้าเธอเป็นฆาตกร เธอต้องออกจากห้อง 13A หลังจากฆ่า แต่ประตูถูกล็อค CCTV ไม่พบใคร งั้นเธอออกทางไหน?»

«ทางหน้าต่างระเบียง» วิชัยกระซิบ

«ใช่ เชือกยาวสามเมตร ผูกที่ราวระเบียงชั้น 13 ห้อยตัวลงมาชั้น 12 เข้าห้องตัวเอง ดึงเชือกกลับขึ้นไป ซ่อนไว้ ไม่มีใครรู้»

«แต่… แต่เธอไม่เคยฝึกปีนป่าย เธอผู้หญิงวัยสี่สิบห้า จะทำแบบนั้นได้หรือครับ?»

«สามเมตรไม่ไกล ถ้ามีคนเตรียมตัวมาก่อน แต่ยังไม่แน่ใจ เราต้องหาหลักฐานเพิ่มก่อน»

วิชัยนิ่งไป นึกภาพออก พรพิมลผู้หญิงที่เย็นชา ไม่มีอารมณ์ ถ้าเธอคิดจะฆ่า เธอจะวางแผนอย่างละเอียด

«แต่เรายังไม่มีหลักฐานครับ» วิชัยพูด «เชือกไม่เจอ รอยเชือกบนราวระเบียงก็อาจจะมีสาเหตุอื่น»

«ใช่ เรายังต้องหาเพิ่ม» อรอนงค์พูด «แต่อย่างน้อย ตอนนี้เราก็มีทฤษฎีแล้ว»

พวกเขาเดินออกจากตึก แสงแดดยามบ่ายส่องลงมา อรอนงค์หยุดมองขึ้นไปบนตึก มองไปที่ชั้น 12 และชั้น 13

สามเมตร

ระยะห่างที่ดูเป็นไปไม่ได้

แต่ก็อาจจะเป็นไปได้

สำหรับคนที่มีแรงจูงใจเพียงพอ

«วิชัย» อรอนงค์เรียก

«ครับ»

«ไปสอบถามร้านขายอุปกรณ์ปีนป่ายและร้านขายเชือกในย่านนี้ ดูว่ามีใครซื้อเชือกยาวประมาณสามเมตรบ้างหรือเปล่า ภายในเดือนที่ผ่านมา»

«ครับ ผมจะไปเลย»

«และเช็คประวัติการซื้อของพรพิมลด้วย บัตรเครดิต ประวัติธนาคาร ดูว่าเธอซื้ออะไรผิดปกติบ้างช่วงนี้»

«เข้าใจครับ»

อรอนงค์เดินไปที่รถ ก่อนขึ้นรถ เธอหันกลับมามองตึก The Zenith อีกครั้ง

ชั้น 13 สูงเหนือเมฆ

ชั้น 12 อยู่ใต้เพียงเล็กน้อย

แต่ระยะห่างนั้น อาจจะเป็นทางหนีของฆาตกร

หรือเป็นเพียงความคิดที่ผิดพลาด

อรอนงค์ยังไม่รู้

แต่เธอรู้สิ่งหนึ่ง

พรพิมลไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด

และรอยแผลบนมือของเธอ ไม่ใช่จากกรรไกร

**End of Chapter 4**

**Word Count**: ~2,400 words
**Clues Revealed**:
– พรพิมลเย็นชา ไม่แสดงความเศร้า
– มีรอยแผลบนมือ (อ้างว่าถูกกรรไกร แต่เหมือนรอยถลอกจากเชือก)
– รู้รหัสผ่านระบบรักษาความปลอดภัย
– ระยะห่างจากระเบียง 12B → 13A = สามเมตร
– รอยถลอกบนราวระเบียงชั้น 12
– ทฤษฎีใหม่: ฆาตกรอาจจะใช้เชือกปีนลงจากชั้น 13 มาชั้น 12

**Next**: Chapter 5 – Interview ชนินทร์ (ลูกชาย)