คดีปิดตายบนชั้น 13 — บทที่ 5: ลูกชายที่โกรธแค้น

# Chapter 5: ลูกชายที่โกรธแค้น

คลับ The Cave ถนนเอกมัย เปิดประตูตอนเที่ยงวัน แสงแดดส่องเข้ามาผ่านประตูกระจก ทำให้ภายในดูว่างเปล่าและเงียบงัน

อรอนงค์และวิชัยเดินเข้าไป กลิ่นแอลกอฮอล์และบุหรี่จางๆ ยังคงอบอวลอยู่จากคืนก่อน พนักงานกำลังเช็ดโต๊ะ จัดเก้าอี้ เตรียมเปิดกิจการในตอนเย็น

«สวัสดีครับ» หนุ่มวัยยี่สิบกลางๆ ผมสั้นย้อมสีน้ำตาล สวมเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนส์ เดินมาทัก «มีอะไรให้ช่วยไหมครับ?»

«พ.ต.อ.หญิง อรอนงค์ จากกองสืบสวน» อรอนงค์แสดงบัตรประจำตัว «อยากสอบถามเรื่องลูกค้าของคุณค่ะ คุณชนินทร์ สุวรรณทิพย์»

พนักงานขมวดคิ้ว «คุณชนินทร์เหรอครับ มาบ่อย แต่ทำไมถึงถามล่ะครับ?»

«พ่อของเขาเสียชีวิตค่ะ เรากำลังสอบสวน»

«โอ้» พนักงานทำหน้าตกใจ «เสียใจด้วยครับ แต่ผมคิดว่าคุณชนินทร์ไม่ค่อยสนิทกับพ่อเท่าไหร่นะครับ ผมเคยได้ยินเขาบ่นเรื่องพ่อเขาบ่อยๆ»

«เขามาที่นี่เมื่อคืนหรือค่ะ?» วิชัยถาม

«ครับ มาตั้งแต่เก้าโมงกว่าๆ อยู่กับเพื่อนสามคน ออกไปประมาณตีสองครึ่ง»

«แน่ใจนะครับว่าเขาอยู่ตลอด?»

พนักงานพยักหน้า «ครับ เขานั่งโต๊ะ VIP มุมซ้าย ผมจำได้เพราะเขาสั่งเหล้าเยอะครับ ขวดแล้วขวดเล่า แถมเสียงดังด้วย เถียงกับเพื่อนเรื่องเงิน»

«เรื่องเงิน?» อรอนงค์สนใจ

«ครับ ผมได้ยินคร่าวๆ เขาบอกว่ามีหนี้ ต้องหาเงินมาคืน ไม่งั้นจะโดนทำร้าย บางทีเขาก็พูดถึงพ่อเขาว่าไม่ยอมให้เงิน»

อรอนงค์จดบันทึก «เพื่อนของเขาชื่ออะไรบ้างค่ะ?»

«มีคนหนึ่งชื่อต๊อป อีกคนชื่อบูม อีกคนผมไม่รู้จักครับ แต่ผมมีเบอร์โทรต๊อปครับ เขาเป็นสมาชิก VIP ของคลับ»

«ขอเบอร์ได้ไหมครับ?» วิชัยถาม

พนักงานเดินไปที่เคาน์เตอร์ เปิดคอมพิวเตอร์ เขียนเบอร์ลงกระดาษ ส่งให้วิชัย

«ขอบคุณครับ» วิชัยรับกระดาษ «อีกอย่าง มี CCTV ในคลับไหมครับ?»

«มีครับ ถ้าต้องการดูต้องติดต่อผู้จัดการครับ แต่ตอนนี้เขายังไม่มา มาตอนบ่ายสามโมง»

«เข้าใจค่ะ» อรอนงค์พูด «เราจะกลับมาตอนบ่าย ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือนะคะ»

อรอนงค์และวิชัยกลับไปที่รถ วิชัยโทรหาต๊อป เบอร์ที่ได้มา

«สวัสดีครับ ผมร.ต.อ. วิชัย จากกองสืบสวน ผมอยากสอบถามเรื่องคุณชนินทร์ สุวรรณทิพย์ครับ»

เสียงของต๊อปตอบมา «ชนินทร์หรือครับ? มีอะไรครับ?»

«พ่อของเขาเสียชีวิตครับ เราต้องยืนยัน ข้อแก้ตัว ของเขาคืนที่ 14 มกราคม»

«อ้อ ครับ เมื่อคืนผมอยู่กับเขาที่คลับ The Cave ตั้งแต่เก้าโมงเย็นจนตีสอง เขาไม่ได้ออกไปไหนเลยครับ เราอยู่ด้วยกันตลอด»

«แน่ใจนะครับ?»

«ครับ แน่ใจ เพราะผมต้องคอยดูแลเขา เขาเมาครับ เดินไม่ค่อยได้ ผมกับบูมต้องพาออกไปส่งแท็กซี่»

«ขอบคุณครับ» วิชัยวางสาย

อรอนงค์นิ่งไปครู่หนึ่ง «ข้อแก้ตัว ดูแข็งแรงนะ»

«ครับ แต่ยังไม่แน่ ต้องดู CCTV ของคลับก่อน»

บ่ายสามโมง พวกเขากลับมาที่คลับ The Cave

ผู้จัดการคลับ ผู้ชายวัยสี่สิบ สูทสีดำ นำพวกเขาไปที่ห้องควบคุม CCTV

«นี่ครับ ภาพบันทึกจากคืนที่ 14» เขาเปิดวิดีโอ หน้าจอแสดงภาพภายในคลับ คนเต้นรำ ดื่ม สนุกสนาน

«โต๊ะ VIP มุมซ้ายครับ» ผู้จัดการชี้

อรอนงค์มองดู เห็นชนินทร์นั่งอยู่กับเพื่อนสามคน เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงยีนส์ ผมสั้นสีดำ หน้าตาเหมือนพ่อเขาเล็กน้อย แต่อ่อนกว่า

เวลาบนจอแสดง 21.15 น.

ชนินทร์ดื่มเหล้า พูดคุยกับเพื่อน เสียงดังเกินไป ทะเลาะกับเพื่อนคนหนึ่ง

«เร่งเวลาหน่อยค่ะ» อรอนงค์พูด

ผู้จัดการกดเร่งภาพ เวลาวิ่งเร็วขึ้น 22.00 น. 23.00 น. 24.00 น.

ชนินทร์ยังนั่งอยู่โต๊ะเดิม ไม่ลุกไปไหน

«หยุดที่ 23.00 น. ครับ» วิชัยพูด

ภาพหยุด เวลา 22.57.30 น. ชนินทร์ยังนั่งอยู่โต๊ะ กำลังดื่มเหล้า

«เล่นต่อครับ»

ภาพเคลื่อนไหว 22.58 น. 22.59 น. 23.00 น.

ชนินทร์ยังอยู่ โต๊ะเดิม

«เร่งต่อครับ»

01.00 น. 02.00 น. ชนินทร์เริ่มเมา ล้มลงบนโต๊ะ เพื่อนพยายามปลุก

02.15 น. เพื่อนสองคนพาเขาออก พยุงออกจากคลับ

«เขาอยู่ตลอดเวลาครับ» ผู้จัดการพูด «ไม่ได้ออกไปไหนเลยจนกว่าจะเมา»

อรอนงค์มองจอ ใจเธอรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างไม่ถูก แต่หลักฐานชัดเจน ชนินทร์อยู่คลับตลอด

ไม่ใช่เขา

«ขอบคุณครับ» วิชัยพูด «เราอาจจะต้องขอสำเนาวิดีโอนี้ไว้เป็นหลักฐาน»

«ได้ครับ ผมจะส่งให้ทางอีเมล»

วิชัยเดินตามอรอนงค์ออกมา ในใจเขาคิดว่า ชนินทร์มีแรงจูงใจชัดเจนที่สุด — หนี้ห้าล้าน ความเกลียดพ่อ ความต้องการมรดก แต่ CCTV ยืนยันว่าเขาอยู่คลับตลอด นี่แปลว่าอะไร? ชนินทร์บริสุทธิ์ หรือว่า… มีคนอื่นทำแทน?

พวกเขาออกจากคลับ อรอนงค์เดินไปที่รถอย่างช้าๆ วิชัยเดินตาม

«ท่านผู้กำกับคิดว่าไงครับ?» วิชัยถาม

«เขามี ข้อแก้ตัว ที่แข็งแรง» อรอนงค์ตอบ «อยู่คลับตลอด มีพยาน มี CCTV»

«งั้นเขาก็ไม่ใช่ฆาตกรสิครับ»

«หรือเขาไม่จำเป็นต้องเป็นฆาตกร» อรอนงค์พูด

วิชัยขมวดคิ้ว «หมายความว่าอย่างไรครับ?»

«เขาอาจจะไม่ได้ฆ่าเอง แต่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง รู้เรื่อง หรือได้ประโยชน์จากการตายของพ่อเขา»

«แต่ตอนนี้เรายังไม่มีหลักฐานว่าเขาทำ»

«ใช่ ไปพบเขาตรงๆ ดีกว่า»

บ้านชนินทร์อยู่ที่คอนโดย่านทองหล่อ ชั้น 8 ห้อง 8C — คอนโดที่พ่อเขาซื้อให้ตอนเขายังเป็นนักศึกษา ก่อนที่ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะเลวร้ายลง

อรอนงค์เคาะประตู เสียงกังวานไปในทางเดิน

ประตูเปิด ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้ายืนอยู่หน้าประตู ผมสั้นสีดำยุ่งเหมือนเพิ่งตื่นนอน ใบหน้าซีด ดวงตาแดง เหมือนคนเมาค้าง สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้น

«ใครครับ?» เขาถามด้วยเสียงแห้งๆ

«อยากสอบถามเพิ่มเติมอีกสักครู่ค่ะ คุณชนินทร์» อรอนงค์พูด

ชนินทร์นิ่งไป สีหน้าเขาไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ตกใจ ไม่เศร้า แค่มองพวกเขาด้วยสายตาเหนื่อยล้า

«เข้ามาครับ» เขาถอยไป เปิดประตูให้กว้าง

ห้องกว้างแต่รกรุงรัง เสื้อผ้าโยนทิ้งไว้บนโซฟา ขวดเบียร์ว่างวางอยู่บนโต๊ะ จานอาหารยังไม่ล้าง กลิ่นบุหรี่และเหล้าเหม็นอบอวล

ชนินทร์นั่งลงบนเก้าอี้ มือกุมหัวเข่า มองพื้น

«ดิฉันเสียใจกับเรื่องของพ่อคุณด้วยนะคะ» อรอนงค์เริ่มต้น

ชนินทร์หัวเราะขม «เสียใจ? ผมว่าไม่ต้องหรอกครับ ผมกับเขาไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น»

«คุณกับพ่อมีปัญหากันหรือคะ?»

«ปัญหา?» ชนินทร์เงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาเขามีความโกรธแฝงอยู่ «ผมกับเขามีแต่ปัญหาครับ ตั้งแต่เด็กจนโต เขาไม่เคยเป็นพ่อที่ดี เขาทำงานตลอด ไม่ค่อยอยู่บ้าน แม่ผมตายเพราะเขา»

«แม่คุณตายเพราะอะไรคะ?»

«ความเครียด ความเศร้า เพราะเขานอกใจ เพราะเขาไม่สนใจเธอ เธอเป็นมะเร็งตาย เมื่อแปดปีก่อน ตอนนั้นผมอายุสิบเจ็ด ผมเห็นเธอทุกข์ ผมเห็นเธอร้องไห้ แต่ผมทำอะไรไม่ได้ เพราะผมเป็นแค่เด็ก»

เสียงของเขาสั่น มีน้ำตาคลอ แต่ไม่ไหล

«แล้วหลังจากนั้นไม่นานเขาก็แต่งงานกับพรพิมล» ชนินทร์พูดต่อ «ผู้หญิงที่อายุน้อยกว่าแม่ผม ผู้หญิงที่เขารู้จักมาตั้งนานแล้ว ผมรู้ว่าเขาคบกับเธอมาก่อนแม่ผมตาย ผมเกลียดเธอ ไม่ยอมรับเธอเป็นแม่»

«คุณเรียกพรพิมลว่าอะไรคะ?»

«พี่พิมลครับ เพราะผมไม่มีแม่แล้ว แม่ผมมีคนเดียว เธอตายไปแล้ว»

อรอนงค์นิ่งไปชั่วขณะ «คุณและพ่อคุณทะเลาะกันเรื่องอะไรบ้างคะ?»

«เรื่องเงินครับ» ชนินทร์ตอบตรงๆ «ผมมีหนี้ หนี้การพนัน ห้าล้านบาท ผมขอเขาให้เงิน แต่เขาไม่ให้ เขาบอกว่าผมต้องรับผิดชอบตัวเอง ต้องหาเงินคืนเอง»

«ห้าล้านบาทไม่น้อยนะคะ คุณเล่นการพนันหนักถึงขนาดนั้นหรือคะ?»

ชนินทร์ส่ายหน้า «ผมโดนหลอกครับ เพื่อนผมชวนไปเล่นบาคาร่า บอกว่าแน่นอน ชนะได้เยอะ ผมเชื่อ เอาเงินทั้งหมดไปเล่น แต่แพ้ ผมเลยกู้นอกระบบมาเล่นต่อ คิดว่าจะชนะคืน แต่ก็แพ้อีก สุดท้ายผมมีหนี้ห้าล้าน พวกเจ้าหนี้ขู่จะทำร้าย»

«คุณบอกพ่อคุณหรือคะ?»

«บอกครับ ผมขอร้องเขา ผมร้องไห้ แต่เขาไม่สนใจ เขาบอกว่าผมต้องรับผิดชอบเอง เขาจะไม่ช่วย»

«คุณโกรธเขาไหมคะ?»

ชนินทร์มองตรงมา «โกรธครับ โกรธมาก ผมเกลียดเขา ผมอยากให้เขาตาย»

ห้องเงียบ

«แต่ผมไม่ได้ฆ่าเขา» ชนินทร์พูดต่อ «เมื่อคืนผมอยู่คลับกับเพื่อน ตั้งแต่เก้าโมงจนตีสอง ผมเมา ผมจำไม่ได้ว่าผมทำอะไร แต่เพื่อนผมบอกว่าผมอยู่ตลอด»

«เราตรวจสอบ ข้อแก้ตัว ของคุณแล้วค่ะ» อรอนงค์พูด «คุณอยู่คลับจริง มี CCTV ยืนยัน»

«งั้นผมก็ไม่ได้ฆ่าเขาสิครับ» ชนินทร์พูด «แม้ว่าผมจะอยากก็ตาม»

วิชัยถาม «คุณคิดว่าใครอาจจะฆ่าพ่อคุณครับ?»

ชนินทร์นิ่งไปครู่หนึ่ง «ผมไม่รู้ครับ เขามีศัตรูเยอะ มีคนเกลียดเขาเยอะ อาจจะเป็นคู่ค้าที่เขาโกง อาจจะเป็นลูกค้าที่เขาหลอก หรืออาจจะเป็น…»

เขาหยุดพูด

«เป็นใครคะ?» อรอนงค์ถาม

«พี่พิมลครับ» ชนินทร์พูดเบาๆ «ผมไม่แน่ใจ แต่บางทีผมก็รู้สึกว่าเธอเกลียดพ่อผม เธอไม่เคยยิ้มกับเขา ไม่เคยแสดงความรัก เหมือนเธอแต่งงานเพราะเงิน ไม่ใช่เพราะรัก»

«คุณเคยเห็นพรพิมลทำอะไรผิดปกติบ้างไหมคะ?»

«ผมไม่ค่อยอยู่บ้านครับ ผมไม่ชอบอยู่กับเธอ แต่เดือนที่แล้ว ผมเห็นเธอซื้อเชือกยาวๆ มาห่อไว้ ผมถามว่าซื้อมาทำไม เธอบอกว่าจะผูกผ้าม่าน แต่ผมไม่เห็นเธอผูกอะไรเลย»

อรอนงค์และวิชัยมองกัน

«เชือก?» อรอนงค์ถาม «ยาวเท่าไหร่คะ?»

«ประมาณสามเมตรครับ เชือกหนา แข็งแรง เหมือนเชือกปีนเขา»

«คุณจำได้ไหมคะว่าซื้อเมื่อไหร่?»

«เมื่อเดือนที่แล้วครับ ราวๆ ต้นเดือนมกราคม ผมจำได้เพราะตอนนั้นผมไปขอเงินพ่อ แล้วเจอเธอกำลังเดินถือเชือกขึ้นห้อง»

อรอนงค์เขียนบันทึกอย่างรวดเร็ว «ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ คุณชนินทร์»

«ผมช่วยได้อะไรอีกไหมครับ?»

«ถ้านึกอะไรได้อีก โปรดติดต่อดิฉันนะคะ» อรอนงค์ส่งนามบัตรให้

ชนินทร์รับไว้ มองชั่วขณะแล้วพูด «คุณตำรวจครับ ผมรู้ว่าผมพูดแรง แต่จริงๆ แล้ว ลึกๆ ผมก็เสียใจนะครับที่พ่อผมตาย แม้ว่าเขาจะไม่ดีกับผม แต่เขาก็ยังเป็นพ่อผม เป็นคนเดียวที่เหลืออยู่จากครอบครัวผม ตอนนี้ผมอยู่คนเดียวแล้ว»

เสียงของเขาแหบ มีน้ำตาไหลลงมา

«ผมเข้าใจค่ะ» อรอนงค์พูดเบาๆ «ดิฉันหวังว่าคุณจะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้นะคะ»

พวกเขาออกจากห้อง ประตูปิด

ในลิฟต์ วิชัยถาม «ท่านผู้กำกับคิดว่าเขาพูดจริงไหมครับ?»

«บางทีจริง บางทีโกหก» อรอนงค์ตอบ «เขามีความรู้สึกสับสน เกลียดพ่อ แต่ก็รักพ่อ โกรธ แต่ก็เสียใจ นั่นคือธรรมชาติของมนุษย์»

«แล้วเรื่องเชือกล่ะครับ?»

«นั่นสำคัญ» อรอนงค์พูด «ถ้าพรพิมลซื้อเชือกมาล่วงหน้า หมายความว่าเธอวางแผนฆาตกรรมมาก่อน ไม่ใช่ทำด้วยอารมณ์ชั่วขณะ»

«แต่เรายังไม่เจอเชือกครับ»

«เธออาจจะทำลายแล้ว เผา ทิ้ง หรือซ่อนไว้ที่ไหนที่เราหาไม่เจอ»

«แต่ผมสังเกตอีกอย่างครับ» วิชัยพูด «ชนินทร์บอกว่าพรพิมลซื้อเชือกเมื่อต้นเดือนมกราคม — เกือบสองสัปดาห์ก่อนเกิดเหตุ ถ้าเธอเตรียมเชือกมาล่วงหน้า แปลว่าเธอวางแผนมานานแล้ว ไม่ใช่อารมณ์ชั่วคราว»

อรอนงค์พยักหน้า «และเธออ้างว่าผูกผ้าม่าน แต่ไม่มีใครเห็นเธอใช้ หมายความว่าเธอโกหก»

«งั้นเราต้องทำอย่างไรครับ?»

อรอนงค์มองออกไปนอกหน้าต่างลิฟต์ กรุงเทพฯ ยามบ่าย ท้องฟ้าสีฟ้าใส รถติดบนถนน ผู้คนเดินผ่านไปมา

«เราต้องหาหลักฐาน» เธอพูด «ต้องหาร้านที่พรพิมลซื้อเชือก และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม ต้องสร้างคดีที่แข็งแรงพอที่จะจับเธอได้»

«ครับ ผมจะหาครับ»

ลิฟต์หยุด พวกเขาเดินออกไป

ที่ล็อบบี้ ผู้หญิงวัยสามสิบปลายๆ สูง ผมยาวสีดำ สวมเสื้อเบลเซอร์สีกรมท่า กางเกงดำ ถือกล้องและโน้ตบุ๊ค ยืนรออยู่

เธอมองเห็นอรอนงค์และวิชัย ก้าวเข้ามาทันที

«ผู้กำกับอรอนงค์ใช่ไหมคะ?» เธอพูด เสียงดัง มั่นใจ «ดิฉันจิราภา วงศ์สุริย์ นักข่าวอิสระค่ะ เชี่ยวชาญคดีอาชญากรรม»

อรอนงค์หยุด มองเธอ «มีอะไรค่ะ?»

«ดิฉันกำลังตามข่าวคดีคุณชัยพร สุวรรณทิพย์ค่ะ» จิราภาพูด «คดีฆาตกรรมในห้องปิดตาย ตึก The Zenith ผู้ตายเป็นเศรษฐีชื่อดัง ดิฉันอยากสัมภาษณ์คุณค่ะ»

«ขอโทษค่ะ คดีนี้อยู่ในระหว่างสืบสวน ยังให้ข้อมูลไม่ได้» อรอนงค์ตอบเรียบๆ แล้วเดินต่อ

จิราภาตามมา «ประชาชนมีสิทธิ์รู้ค่ะ ตำรวจมีผู้ต้องสงสัยแล้วหรือยังคะ? หรือยังงมอยู่?»

«ไม่สะดวกตอบค่ะ» อรอนงค์พูดสั้นๆ ไม่หันมามอง

«งั้นดิฉันสอบถามตรงนี้แล้วกันค่ะ» จิราภาพูดเสียงดัง «ลูกชายของผู้ตาย คุณชนินทร์ สุวรรณทิพย์ เป็นผู้ต้องสงสัยหรือเปล่าคะ? ดิฉันได้ข้อมูลว่าเขามีหนี้การพนันห้าล้านบาท และทะเลาะกับพ่อเรื่องเงิน»

อรอนงค์หยุด หันมามอง «คุณได้ข้อมูลมาจากไหนค่ะ?»

จิราภายิ้มบางๆ «แหล่งข่าวค่ะ นักข่าวไม่เปิดเผยแหล่งข่าว»

«ถ้าคุณรบกวนการสืบสวน ดิฉันจะดำเนินคดีค่ะ» อรอนงค์พูดเย็นชา

«ดิฉันไม่ได้รบกวนค่ะ» จิราภาตอบ «ดิฉันแค่ทำงานของดิฉัน เหมือนคุณทำงานของคุณ คนตายแล้ว ประชาชนอยากรู้ว่าใครฆ่า และตำรวจจะจับได้เมื่อไหร่ หรือว่าจะปล่อยให้คดีเป็นคดีตายอีก?»

«คดีนี้จะไม่เป็นคดีตาย» อรอนงค์พูด «เชื่อดิฉัน»

จิราภามองตาเธอตรงๆ «ดิฉันหวังว่าจะเป็นอย่างนั้นค่ะ ถ้ามีอะไรอยากบอกสื่อ โทรหาดิฉันได้» เธอส่งนามบัตรให้

อรอนงค์รับไว้ ไม่พูดอะไร เดินต่อไปที่รถ

วิชัยตามมา มองจิราภาที่ยังยืนอยู่ «ท่านผู้กำกับ เธอจะทำให้เรามีปัญหาไหมครับ?»

«เธอแค่ทำงานของเธอ» อรอนงค์พูด «แต่เราต้องระวัง ถ้าเธอเผยแพร่ข้อมูลผิดๆ อาจทำให้ผู้ต้องสงสัยหนี หรือทำลายหลักฐาน»

«งั้นเราต้องเร่งครับ»

«ใช่» อรอนงค์พูด «เราต้องปิดคดีก่อนที่สื่อจะทำให้เรื่องมันระเบิด»

พวกเขาขึ้นรถ ออกตัวไป

ทางหลัง จิราภายืนมองรถตำรวจหายไปในปลายถนน

เธอยิ้มเล็กน้อย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดพิมพ์อะไรบางอย่าง

**«ตำรวจเงียบปากแน่น แต่ดิฉันจะหาความจริงให้ได้»**

เธอกดโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย

ภายในไม่กี่นาที มีคนกดไลก์และคอมเมนต์หลายร้อย

คดีคุณชัยพร สุวรรณทิพย์ กำลังกลายเป็นข่าวดังทั่วประเทศ

และแรงกดดันต่อตำรวจ กำลังเพิ่มขึ้นทุกนาที

ทางหลังของพวกเขา ชนินทร์ยืนอยู่หน้าหน้าต่างห้องชั้น 8 มองพวกเขาเดินไปที่รถ

เขากุมมือแน่น

พ่อตายแล้ว

เขาควรจะดีใจ

แต่ทำไมเขากลับรู้สึกว่างเปล่า

เขาหมุนกลับเข้าห้อง ปิดประตู

นั่งลงบนพื้น โอบหัวเข่า

และร้องไห้

ชั่วโมงต่อมา

ชนินทร์นอนนิ่งบนเตียง มองเพดาน แสงแดดยามบ่ายส่องเข้ามาผ่านม่าน ทำให้ห้องสว่าง แต่เขารู้สึกมืดมิด

โทรศัพท์ดังขึ้น

เขามองหน้าจอ **ลดา**

เขากดรับ «สวัสดีครับ»

«สวัสดีค่ะคุณชนินทร์» เสียงผู้หญิงดังออกมา นุ่มนวล อบอุ่น «เห็นข่าวแล้วค่ะ เสียใจด้วยนะคะ»

«ขอบคุณครับ»

ความเงียบ

«คุณเป็นอย่างไรบ้างคะ?» ลดาถามเบาๆ

«ผมไม่รู้ครับ» ชนินทร์พูด เสียงแหบ «ผมควรจะเสียใจ หรือดีใจ หรือโกรธ หรืออะไร ผมไม่รู้จะรู้สึกยังไง»

«คุณรู้สึกยังไงก็ได้นะคะ» ลดาพูด «ไม่มีใครบอกว่าคุณต้องรู้สึกแบบไหน»

«แต่เขาเป็นพ่อผมนะครับ» ชนินทร์พูด «ผมควรจะเสียใจ แต่ทำไมผมไม่เสียใจเลย»

«เพราะคุณยังโกรธเขาอยู่» ลดาพูดเบาๆ «และมันก็ปกตินะคะ»

ชนินทร์นิ่งไป น้ำตาไหลลงมา «ผมคิดไม่ออกว่าทำไมเขาทำกับผมแบบนี้ได้ ผมเป็นลูกเขานะครับ ทำไมเขาถึงไม่รักผม»

«คุณชนินทร์…»

«แล้วตอนนี้เขาตายแล้ว» ชนินทร์พูด เสียงสั่น «ผมไม่มีโอกาสถามเขาอีกแล้วว่าทำไม ไม่มีโอกาสได้คำตอบอีกแล้ว»

ลดาเงียบ ไม่รู้จะปลอบยังไง

«ลดา» ชนินทร์พูด «ตำรวจมาสอบถามผม เขาถามว่าผมฆ่าพ่อไหม»

«แล้วคุณตอบว่าอะไรคะ?»

«ผมบอกว่าไม่ได้ฆ่า» ชนินทร์พูด «แต่ผมรู้สึกผิดครับ เพราะลึกๆ แล้ว ผมเคยอยากให้เขาตาย ผมเคยอยากฆ่าเขา»

«แต่คุณไม่ได้ทำ» ลดาพูด «คิดกับทำมันไม่เหมือนกันนะคะ»

«แต่ผมรู้สึกเหมือนผมทำครับ» ชนินทร์พูดเบาๆ

ความเงียบ

«คุณชนินทร์» ลดาพูด «คุณอยากพบดิฉันไหมคะ? ดิฉันไปหาคุณได้»

«ไม่ต้องครับ» ชนินทร์ตอบ «ผมอยากอยู่คนเดียวสักพัก»

«…เข้าใจค่ะ แต่ถ้าคุณต้องการคุยกับใคร โทรหาดิฉันได้ตลอดนะคะ»

«ครับ ขอบคุณครับ ลดา คุณดีกับผมมากเสมอ»

«ดิฉันแค่เป็นห่วงคุณค่ะ»

ชนินทร์ยิ้มบางๆ แม้เธอจะไม่เห็น «ผมรู้ครับ»

«อีกอย่างค่ะ» ลดาพูด เสียงเปลี่ยน จริงจังขึ้น «ตำรวจมาสอบถามดิฉันด้วยค่ะ เมื่อเช้า»

«สอบถามอะไรครับ?»

«ถามเรื่องคุณพ่อ ถามว่าดิฉันรู้อะไรบ้าง» ลดาพูด «ดิฉันตอบตามความจริงค่ะ แต่… ดิฉันไม่รู้ว่าควรบอกคุณไหม»

«บอกอะไรครับ?»

ลดานิ่งไปครู่หนึ่ง «ตำรวจถามว่า… ดิฉันเคยเห็นคุณพ่อกับผู้หญิงอื่นไหม»

«ผู้หญิงอื่น?» ชนินทร์ขมวดคิ้ว

«ใช่ค่ะ» ลดาพูดเบาๆ «ดิฉันบอกว่า… ดิฉันเคยเห็นค่ะ เมื่อสามเดือนก่อน คุณพ่อไปกินข้าวกับผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ร้านอาหารย่านสาทร เขาดูสนิทกันมาก ดิฉันไม่รู้ว่าเป็นใครนะคะ»

ชนินทร์นิ่งไป ไม่แปลกใจ

«ผมไม่แปลกใจเลยครับ» เขาพูด «พ่อผมเคยนอกใจแม่ผม ตอนนี้ก็น่าจะนอกใจพี่พิมลเหมือนกัน เขาเป็นแบบนั้นเองครับ»

«ขอโทษนะคะ» ลดาพูด «ดิฉันไม่อยากทำให้คุณเสียใจมากขึ้น»

«ไม่เป็นไรครับ» ชนินทร์พูด «อย่างน้อยผมก็รู้ว่าพ่อผมไม่ได้เปลี่ยนแปลง เขาเป็นแบบนั้นมาตลอด»

พวกเขาเงียบไปครู่หนึ่ง

«คุณชนินทร์» ลดาพูด «หนี้ห้าล้านของคุณ… ตอนนี้จะจ่ายยังไงคะ?»

ชนินทร์ถอนหายใจ «ผมไม่รู้ครับ อาจจะต้องรอมรดก หรือขายของ หรือกู้เพิ่ม ผมไม่รู้»

«ถ้าคุณต้องการ… ผมมีเงินเก็บอยู่สองแสนค่ะ คุณเอาไปก่อนได้»

«ไม่ได้ครับ» ชนินทร์พูดทันที «ผมไม่เอาเงินคุณหรอกครับ คุณเก็บไว้ใช้เองครับ»

«แต่คุณ—»

«ผมจะหาทางเองครับ» ชนินทร์พูด «ขอบคุณนะครับ ที่คิดดี»

ลดาเงียบ

«ผมต้องไปแล้วครับ ลดา» ชนินทร์พูด «ผมเหนื่อยมาก»

«เข้าใจค่ะ พักผ่อนนะคะ»

«ครับ»

เขาวางสาย มองโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่ง

ลดาเป็นคนเดียวที่แคร์เขา

คนเดียวที่ไม่ทิ้งเขา

แต่เขาไม่รู้ว่า ลดาก็กำลังถูกตำรวจสอบเหมือนกัน

และเธอก็ซ่อนความลับของเธอเอง

**End of Chapter 5**

**Word Count**: ~2,500 words
**Clues Revealed**:
– ชนินทร์มี ข้อแก้ตัว แข็งแกร่ง (CCTV + พยาน)
– มีหนี้การพนัน 5 ล้านบาท ขอเงินพ่อไม่ได้
– เกลียดพ่อ แต่ก็เสียใจที่พ่อตาย (complex emotions)
– **MAJOR CLUE**: พรพิมลซื้อเชือก ~3 เมตร เมื่อต้นเดือนมกราคม (ล่วงหน้า)
– พรพิมลอ้างว่าผูกผ้าม่าน แต่ชนินทร์ไม่เห็นใช้
– ชนินทร์ไม่ยอมรับพรพิมล เรียกว่า “พี่พิมล” ไม่ใช่แม่

**Next**: Chapter 6 – Interview ลดา (เลขานุการ/คนรัก)