คดีปิดตายบนชั้น 13 — บทที่ 9: ร่องรอยบนระเบียง

# Chapter 9: ร่องรอยบนระเบียง

05.00 น. ท้องฟ้ายังมืดมิด

รถของอรอนงค์จอดหน้าตึก The Zenith วิชัยถือกล่องอุปกรณ์ตรวจพิสูจน์ หมายค้นในมือ

คุณวิศิษฏ์ หัวหน้าผู้จัดการ ยืนรออยู่หน้าล็อบบี้ด้วยสีหน้าเครียด

«สวัสดีครับ คุณตำรวจ» เขาพูดด้วยเสียงเหนื่อย «ผมได้เตรียมทุกอย่างแล้ว คุณพรพิมลยังไม่ตื่น»

«ดีค่ะ» อรอนงค์พูด «เราต้องการเข้าตรวจห้อง 12B และ 13A ตอนนี้เลย»

«ครับ ตามผมมาครับ»

พวกเขาขึ้นลิฟต์ไปชั้น 12 บรรยากาศเงียบ มีเพียงเสียงลิฟต์วิ่ง

«ห้อง 12B ก่อนนะครับ?» วิศิษฏ์ถาม

«ค่ะ»

ลิฟต์หยุด ประตูเปิด พวกเขาเดินออกไปที่ทางเดิน กล้อง CCTV ติดอยู่มุมเพดาน ไฟแดงกะพริบ

อรอนงค์มองกล้อง จำช่วงเวลา 22.57-23.00 น. ที่ภาพดับ ตรงนี้แหละ

พวกเขาเดินมาถึงห้อง 12B วิศิษฏ์หยิบ กุญแจมาสเตอร์ เปิดประตู

«ช้าก่อนค่ะ» อรอนงค์พูด «เราต้องเคาะก่อน»

เธอเคาะประตู สามครั้ง

ไม่มีเสียงตอบ

เคาะอีกครั้ง ดังกว่าเดิม

ยังไม่มีเสียง

«ดูเหมือนเธอจะนอนหลับค่ะ» อรอนงค์พูด «เปิดเลย»

วิศิษฏ์ใช้ กุญแจมาสเตอร์ เปิดประตู

ห้องมืด มีแสงอ่อนๆ ส่องผ่านม่าน กลิ่นอับจากการปิดห้องมาทั้งคืน

อรอนงค์เปิดไฟ

ห้องพักมาตรฐาน ห้องนอนด้านหนึ่ง ห้องนั่งเล่นด้านหนึ่ง ประตูห้องนอนปิดอยู่

«คุณพรพิมล» อรอนงค์เรียก «ตำรวจค่ะ เรามีหมายค้น»

เงียบ

อรอนงค์เดินเข้าไปเคาะประตูห้องนอน

«คุณพรพิมล»

เสียงดังจากข้างใน เสียงขยับตัว เสียงก้าวเดิน

ประตูเปิด

พรพิมลยืนอยู่ตรงหน้าในชุดนอนสีขาว ผมยุ่ง ดวงตาเหนื่อย แต่สีหน้ายังเย็นชาเหมือนเดิม

«คุณตำรวจ» เธอพูดเรียบ «เช้ามากนะคะ มีอะไรหรือคะ?»

อรอนงค์ส่งหมายค้นให้ «เรามีหมายค้นห้องนี้ค่ะ รบกวนให้ความร่วมมือหน่อย»

พรพิมลมองหมายค้น อ่านอย่างละเอียด แล้วพยักหน้า «ค่ะ ค้นได้ค่ะ»

เธอก้าวออกมา นั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น มือประสานกัน เงียบ

อรอนงค์และวิชัยเริ่มตรวจค้น

ห้องนอน: เตียงนอน ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง ทุกอย่างเรียบร้อย สะอาด ไม่มีอะไรผิดปกติ

ห้องนั่งเล่น: โซฟา โต๊ะ ทีวี

วิชัยเปิดตู้เสื้อผ้า เช็คทุกชั้น ชุดสูทเรียงตัว รองเท้า กระเป๋า

อรอนงค์เดินไปที่หน้าต่าง เปิดม่าน

แสงอรุณส่องเข้ามาเบาๆ วิวมองเห็นกรุงเทพฯ ยามเช้า

เธอเปิดประตูกระจกออกไปยังระเบียง

ระเบียงเล็กๆ กว้างประมาณสองเมตร มีเก้าอี้สองตัว โต๊ะเล็ก ราวกันตกสูงประมาณหนึ่งเมตร

อรอนงค์มองขึ้นไป

ชั้นบนคือชั้น 13 มองเห็นระเบียงของห้อง 13A อยู่เหนือศีรษะ ระยะห่างประมาณสามเมตร

เธอก้มมองราวกันตก

รอยขีดข่วนเล็กๆ บนโลหะ

อรอนงค์คุกเข่าลง มองอย่างใกล้ชิด

รอยขีดข่วน สดใหม่ ไม่ผุกร่อน เหมือนเกิดจากเชือกถูขัด

«วิชัย» เธอเรียก

วิชัยเดินออกมา «ครับ?»

«ดูนี่» อรอนงค์ชี้ «รอยขีดข่วนบนราว คุณเห็นไหม?»

วิชัยก้มมอง «เห็นครับ เหมือนเกิดจากเชือก และถ้ารอยขีดข่วนอยู่ตรงนี้ แปลว่าเชือกถูกผูกอยู่เหนือศีรษะ — น่าจะมาจากชั้น 13 — แล้วถูกดึงหรือลากไปมา ทำให้เกิดรอยขีดข่วนตรงจุดที่เชือกถูกับราว»

«ถูกต้อง» อรอนงค์ยืนขึ้น มองขึ้นไปยังชั้น 13 อีกครั้ง

«ถ้ามีคนผูกเชือกที่ราวชั้น 13 แล้วปล่อยลงมา» เธอพูด «เชือกจะถูกับราวตรงนี้พอดี»

«แล้วปีนลงมาครับ» วิชัยพูดตาม

อรอนงค์พยักหน้า «ไปตรวจชั้น 13»

พวกเขากลับเข้าห้อง พรพิมลยังนั่งอยู่ตรงเดิม สีหน้าเรียบเฉย

«ขอบคุณสำหรับความร่วมมือนะคะ» อรอนงค์พูด «เราขอตรวจห้อง 13A ต่อ»

«ค่ะ» พรพิมลพูดสั้นๆ

พวกเขาออกจากห้อง ขึ้นบันไดฉุกเฉินไปชั้น 13

ห้อง 13A ยังปิดเทปกั้นที่เกิดเหตุอยู่ วิศิษฏ์เปิดประตู

กลิ่นอับ กลิ่นเลือดจางๆ ยังคงอยู่

ห้องเหมือนเดิม ศพถูกเคลื่อนไปแล้ว แต่รอยเลือดยังอยู่บนโซฟา

อรอนงค์เดินตรงไปที่ประตูกระจกระเบียง เปิดออกไป

ระเบียงห้อง 13A กว้างกว่าห้อง 12B เล็กน้อย มีโต๊ะ เก้าอี้สี่ตัว

เธอเดินไปที่ราวกันตก มองลงไป

มองเห็นระเบียงห้อง 12B ข้างล่าง

ระยะทางประมาณสามเมตร

ถ้ามีเชือก ปีนลงไปได้แน่นอน

อรอนงค์คุกเข่า เช็คราวกันตก

รอยขีดข่วน

ชัดเจนกว่าข้างล่าง

เธอถ่ายรูป

«วิชัย เช็คราวทุกจุด หาใยเชือก»

«ครับ»

วิชัยใช้กล้องขยาย เช็คราวอย่างละเอียด

«เจอครับ» เขาพูด «ใยเชือกสีน้ำเงิน ติดอยู่ตรงมุมนี้»

เขาใช้ปากคีบหยิบใยเชือกใส่ถุงหลักฐาน

อรอนงค์มองใยเชือก «เชือกไนลอน สีน้ำเงิน คล้ายเชือกที่ใช้ปีนเขา»

โทรศัพท์อรอนงค์ดังขึ้น เธอกดรับ «ครับผม»

«ท่านผู้กำกับครับ ผม ร.ต.ท. สมพร นิติเวช» เสียงผู้ชายวัยกลางคนดังออกมา เสียงเรียบ มีน้ำหนัก «ผมได้รายงานเบื้องต้นจากใยเชือกที่คุณส่งมาเมื่อเช้าครับ»

«ได้ผลอย่างไรค่ะ?» อรอนงค์ถาม

«เป็นเชือกไนลอนชนิดเส้นเดียวครับ เส้นผ่าศูนย์กลาง 8 มิลลิเมตร รับน้ำหนักได้ประมาณ 150 กิโลกรัม» สมพรพูด «ใช้ในการปีนเขา กีฬา หรืองานก่อสร้าง ขายทั่วไปตามร้านกีฬา ร้านฮาร์ดแวร์ ไม่ใช่ของพิเศษ»

«แต่ครับ ท่านผู้กำกับ» สมพรพูดต่อ «เชือกแบบนี้ก็ใช้ในงานอื่นๆ ได้นะครับ ไม่จำเป็นต้องเป็นปีนเขาเสมอไป»

«งานอื่นๆ เช่นอะไรค่ะ?» อรอนงค์ถาม

«เช่น งานหัตถกรรมครับ งานเย็บผ้า ทำกระเป๋าผ้า งานตกแต่งบ้าน» สมพรอธิบาย «ผู้หญิงที่ชอบงานฝีมืออาจจะมีเชือกแบบนี้ไว้ใช้บ้าน เพราะแข็งแรง ทนทาน เหมาะกับงานที่ต้องรับน้ำหนัก»

«น่าสนใจค่ะ» อรอนงค์พูด

«ครับ แต่ถ้าใช้งานปีนเขาจริงๆ มันจะมีรอยครูดบนผิวเชือก เพราะถูกผูกกับสายรัดหรือคาราบิเนอร์» สมพรพูดต่อ «แต่ใยที่เราเจอนี้ ไม่มีรอยครูดแบบนั้น มันเรียบครับ แปลว่าไม่เคยใช้กับอุปกรณ์ปีนเขา»

«แปลว่าอะไรครับ?»

«แปลว่าอาจจะซื้อมาเพื่องานอื่น ไม่ใช่ปีนเขาจริงๆ» สมพรพูด «หรืออาจจะซื้อมาใหม่ ยังไม่เคยใช้งาน แล้วเอามาใช้ครั้งแรกในคดีนี้»

«มีร่องรอย DNA ไหมครับ?»

«มีเหงื่อติดอยู่เล็กน้อยครับ กำลังตรวจ คาดว่าจะได้ผลในสองวันข้างหน้า» สมพรพูด «อีกอย่างครับ รอยขีดข่วนบนราวกันตกที่คุณถ่ายรูปส่งมา — ใหม่มากครับ ไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ ลักษณะเป็นรอยถูขัดจากเชือกหรือวัตถุแข็งที่เคลื่อนไหวไปมา สอดคล้องกับการปีนเชือก»

สมพรหยุดชั่วครู่ แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป «ท่านผู้กำกับครับ ผมทำงานนิติเวชมา 15 ปี ตรวจพิสูจน์คดีมาเป็นร้อย แต่คดีนี้… มันลงตัวเกินไปครับ»

«ลงตัวเกินไปหมายความว่าอย่างไรค่ะ?» อรอนงค์ถาม

«ฆาตกรวางแผนรอบคอบมากครับ» สมพรอธิบาย «เตรียมอุปกรณ์มาก่อน ทดลองใช้ เช็คทุกอย่าง แล้วค่อยลงมือ ไม่ใช่การฆ่าด้วยอารมณ์ชั่วขณะ»

«แต่ก็ยังมีร่องรอยทิ้งไว้» เขาพูดต่อ «รอยขีดข่วน ใยเชือก รอยเหงื่อ คนที่ฉลาดขนาดนี้ ทำไมถึงพลาดจุดเล็กๆ แบบนี้?»

«คุณคิดว่าทำไมค่ะ?» อรอนงค์ถาม

«ผมคิดว่า… คนที่วางแผนแบบนี้ อาจจะมั่นใจเกินไปครับ» สมพรพูด «คิดว่าตัวเองฉลาด คิดว่าตำรวจจะไม่เจอ หรืออาจจะไม่รู้ว่าเทคโนโลยีสมัยนี้ตรวจพิสูจน์ได้ละเอียดขนาดไหน»

«หรืออาจจะ» เขาพูดต่อ «ความกดดัน ความเครียดในขณะที่ลงมือ ทำให้พลาดบางอย่าง ไม่ว่าจะวางแผนดีแค่ไหน เวลาฆ่าคนจริงๆ ร่างกายก็จะตอบสนอง — มือสั่น หายใจเร็ว เหงื่อออก — นั่นคือสิ่งที่เราตรวจพบครับ»

อรอนงค์นิ่งฟัง คิดตาม

«ขอบคุณค่ะ สมพร» เธอพูด «ความคิดเห็นของคุณมีประโยชน์มากค่ะ เก็บหลักฐานไว้ให้ดีนะค่ะ»

«ครับ ผมจะดูแลให้ดีที่สุด» สมพรพูด «และท่านผู้กำกับครับ… ผมหวังว่าคุณจะจับฆาตกรได้ คดีนี้ฉลาดมาก แต่ก็โหดร้ายมากเหมือนกัน ฆ่าสามีแล้วจัดฉากห้องปิดตาย… คนแบบนี้ต้องไม่ให้รอดพ้นครับ»

«ดิฉันเข้าใจค่ะ» อรอนงค์พูด «ขอบคุณค่ะ»

«ครับ»

อรอนงค์วางสาย หันมาบอกวิชัย «สมพรยืนยันแล้ว เชือกไนลอนใช้ปีนเขา รอยขีดข่วนใหม่ไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ มีเหงื่อติด กำลังตรวจ DNA»

«แปลว่ามีคนปีนจริงๆ ครับ» วิชัยพูด «และเพิ่งทำไปไม่นาน»

«ถูกต้อง» อรอนงค์พูด

«มีอะไรอีกไหมครับ?»

วิชัยค้นหาต่อ เช็คมุมระเบียง ใต้โต๊ะ ข้างเก้าอี้

«ครับ มีอีกอย่าง» เขาชี้ไปที่มุมระเบียง

ร่องรอยลากเล็กๆ บนพื้นคอนกรีต เหมือนเกิดจากอะไรบางอย่างหนักๆ ถูกลากผ่าน

«อาจจะเป็นรอยจากตะขอเชือก» วิชัยพูด «หรือคาราบิเนอร์»

อรอนงค์พยักหน้า «ถ่ายรูปเก็บหลักฐานทุกอย่าง»

«ครับ»

พวกเขาทำงานอย่างละเอียด ถ่ายรูป วัดระยะ เก็บตัวอย่าง

หลังจากเสร็จ อรอนงค์ยืนมองจากระเบียงชั้น 13 ลงไปยังชั้น 12

ในใจเธอวาดภาพ

พรพิมลอยู่ในห้อง 13A

เธอฆ่าชัยพร

เธอต้องหนี แต่ไม่อยากให้ CCTV เห็น

เธอใช้รหัสของตัวเองเข้าระบบปิดกล้อง 3 นาที

เธอผูกเชือกที่ราวกันตก ปล่อยลงไปชั้น 12

เธอปีนลงไป เข้าห้อง 12B ทางระเบียง

เธอดึงเชือกกลับมา ซ่อนไว้

เช้าวันรุ่งขึ้น เธอทำเป็นตกใจเมื่อได้ข่าวสามีตาย

มันสมเหตุสมผล

มันเป็นไปได้

แต่ยังขาดอะไรบางอย่าง

«เชือก» อรอนงค์พูดออกมา

«ครับ?» วิชัยถาม

«เชือกอยู่ไหน?» เธอพูด «ถ้าพรพิมลใช้เชือกปีนลง เธอต้องเก็บเชือกไว้ที่ไหนสักแห่ง»

«ห้อง 12B ครับ»

«เราค้นแล้ว ไม่เจอ»

«อาจจะซ่อนไว้ที่อื่นครับ» วิชัยพูด «หรือทิ้งไปแล้ว»

อรอนงค์นิ่งไป คิดอย่างรวดเร็ว

«เราต้องการหมายค้นเพิ่ม» เธอพูด «ตรวจรถของเธอ บ้านของเธอ ทุกที่ที่เธออาจซ่อนของ»

«ครับ ผมจะจัดการ»

พวกเขากลับลงมาชั้น 12 แต่ก่อนไปหาพรพิมล อรอนงค์หันไปหาวิศิษฏ์

«คุณวิศิษฏ์ ดิฉันอยากคุยกับหัวหน้ารปภ.ของตึกได้ไหมค่ะ?»

วิศิษฏ์พยักหน้า «ได้ครับ วรรณาอยู่ที่ห้องควบคุมชั้น 1 รอแป๊บนะครับ»

เขาหยิบโทรศัพท์โทรออก «วรรณา คุณตำรวจอยากคุยกับคุณ ขึ้นมาชั้น 12 หน่อยได้ไหม?»

ไม่นานนัก ลิฟต์เปิด ผู้หญิงวัยสามสิบห้า สูงปานกลาง ผมสั้น สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสีดำ มีวิทยุสื่อสารคาดเอว เดินออกมา

«สวัสดีค่ะ น.ส.วรรณา เจริญสุข หัวหน้าระบบรักษาความปลอดภัยค่ะ» เธอพูดเรียบ เสียงมั่นใจ

«สวัสดีค่ะ พ.ต.อ.หญิง อรอนงค์» อรอนงค์พูด «อยากสอบถามเรื่องระบบกล้องและประตูค่ะ»

«ค่ะ ถามได้เลยค่ะ»

«ห้อง 12B และ 13A มีกล้องติดหน้าประตูไหมครับ?»

«มีค่ะ ทุกห้องมีกล้องหน้าประตู» วรรณาตอบ «แต่กล้องถูกปิดช่วง 3 นาที คืนวันที่ 14 มกราคม ดิฉันเช็คแล้วค่ะ»

«แล้วระเบียงล่ะครับ? มีกล้องไหม?»

«ไม่มีค่ะ ระเบียงถือเป็นพื้นที่ส่วนตัวของห้อง เราไม่ติดกล้องไว้ เพื่อเคารพความเป็นส่วนตัวของลูกบ้าน»

«แปลว่าถ้ามีคนปีนเชือกระหว่างระเบียง กล้องจะไม่เห็นใช่ไหมครับ?»

วรรณานิ่งไปครู่หนึ่ง «…ใช่ค่ะ จะไม่เห็น»

«แล้วประตูระเบียงล่ะครับ? มีระบบล็อคไหม?»

«ไม่มีค่ะ ประตูกระจกระเบียงเปิดปิดได้จากด้านใน ไม่ใช้คีย์การ์ด เพื่อความสะดวกในการใช้งาน และเพื่อความปลอดภัยกรณีฉุกเฉิน ถ้าเกิดเพลิงไหม้ ลูกบ้านจะหนีทางระเบียงได้»

อรอนงค์และวิชัยมองกัน

นั่นคือช่องโหว่

ถ้ามีคนปีนเชือกลงมาจากชั้น 13 เข้าห้อง 12B ทางระเบียง กล้องจะไม่เห็น ประตูไม่มีล็อค เปิดได้เลย

«ขอบคุณมากค่ะ คุณวรรณา» อรอนงค์พูด «ข้อมูลนี้มีประโยชน์มากค่ะ»

วรรณานิ่งไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง แล้วพูดออกมา

«คุณตำรวจคะ» เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป มีความกังวลปน «ดิฉันรู้สึกผิดมากค่ะ»

«ผิดเรื่องอะไรค่ะ?» อรอนงค์ถาม

«เรื่องระบบค่ะ» วรรณาพูด «ดิฉันทำงานด้านระบบรักษาความปลอดภัยมา 10 ปี รับผิดชอบระบบของตึกนี้มา 5 ปี ดิฉันภูมิใจในระบบของเรา คิดว่าปลอดภัย ไม่มีช่องโหว่»

«แต่ตอนนี้…» เธอหยุด สีหน้าเครียด «ตอนนี้ดิฉันรู้แล้วว่า ดิฉันคิดผิด ระเบียงคือช่องโหว่ใหญ่ที่สุด ไม่มีกล้อง ไม่มีล็อค ใครก็ปีนลงมาได้»

«ดิฉันไม่เคยคิดว่า จะมีใครใช้ช่องโหว่นี้» วรรณาพูดต่อ «เพราะปกติไม่มีใครทำแบบนั้น ไม่มีเหตุผลที่จะปีนเชือกระหว่างชั้น ไปเคาะประตูก็ได้แล้ว»

«แต่ถ้าเป็นฆาตกร» เธออธิบาย «ถ้าคนนั้นไม่อยากให้กล้องเห็น ถ้าคนนั้นวางแผนมาก่อน… นั่นคือทางเดียวที่จะหนีได้»

«และดิฉันไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้» วรรณาพูดด้วยความเสียใจ «ดิฉันคิดแต่ว่า ระเบียงเป็นพื้นที่ส่วนตัว ไม่ควรมีกล้อง แต่ดิฉันไม่คิดว่า มันจะกลายเป็นช่องทางฆาตกรรม»

อรอนงค์มองเธอด้วยสีหน้าเข้าใจ

«นี่ไม่ใช่ความผิดของคุณค่ะ» เธอพูด «ระบบของคุณออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยในสถานการณ์ปกติ ไม่ใช่สำหรับคนที่วางแผนฆาตกรรมอย่างรอบคอบ»

«แต่ดิฉันควรคิดถึงค่ะ» วรรณาพูด «นั่นคืองานของดิฉัน — คิดทุกกรณี ทุกสถานการณ์»

«ตอนนี้ดิฉันจะแก้ไขค่ะ» เธอเงยหน้าขึ้น น้ำเสียงมั่นใจมากขึ้น «ดิฉันจะเสนอให้ติดกล้องบริเวณระเบียงทุกชั้น อย่างน้อยก็มุมกว้างที่มองเห็นว่ามีคนปีนเชือกหรือเปล่า ไม่รุกล้ำความเป็นส่วนตัว แต่ก็ปิดช่องโหว่»

«นั่นเป็นความคิดที่ดีมากค่ะ» อรอนงค์พูด

«ขอบคุณค่ะ» วรรณาพูด «และคุณตำรวจคะ… ถ้าต้องการดูแบบแปลนของตึก หรือรายละเอียดระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม ดิฉันยินดีช่วยนะคะ ดิฉันอยากช่วยให้คุณจับฆาตกรได้»

«ขอบคุณครับ อาจจะต้องติดต่อกลับไปอีก»

วรรณาก้มศีรษะเล็กน้อย «ดิฉันหวังว่าคุณจะจับได้นะคะ คนที่ทำแบบนี้… วางแผนฆ่าคน แล้วใช้ช่องโหว่ของระบบเรา… คนแบบนี้อันตรายมากค่ะ»

แล้วเธอกลับเข้าลิฟต์

อรอนงค์หันไปหาวิชัย «ได้ยินไหมค่ะ? ไม่มีกล้องระเบียง ประตูไม่มีล็อค ปีนลงมาได้ง่ายๆ»

«ครับ ตอนนี้เรารู้ว่า พรพิมลทำได้อย่างไรแล้ว»

พวกเขาเดินไปเคาะประตูห้อง 12B

พรพิมลเปิดประตู ยังสวมชุดเดิม สีหน้าเย็นชา

«คุณพรพิมล ดิฉันต้องการสอบถามบางอย่างค่ะ» อรอนงค์พูด

«ค่ะ»

«คุณมีเชือกไหมคะ? เชือกปีนเขา เชือกไนลอน อะไรทำนองนั้น»

พรพิมลมองตรงๆ «ไม่มีค่ะ ดิฉันไม่ได้ปีนเขา»

«แน่ใจนะคะ?»

«ค่ะ»

อรอนงค์จับตาเธอ «คุณรู้ไหมคะว่าเราพบร่องรอยเชือกบนระเบียงห้องนี้?»

พรพิมลไม่สะดุ้ง ไม่แสดงอาการตกใจ

«ไม่รู้ค่ะ» เธอตอบเรียบ «อาจจะมีใครมาใช้ก่อนหน้านี้»

«ก่อนหน้านี้หมายความว่าอย่างไรคะ?»

«ดิฉันย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่เมื่อปีที่แล้วค่ะ ก่อนหน้านั้นอาจจะมีคนอื่นเคยอยู่ เคยใช้ระเบียง»

อรอนงค์พยักหน้าช้าๆ «เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ»

เธอหันไปหาวิชัย «กลับโรงพัก»

พวกเขาลงลิฟต์ ออกจากตึก แสงอรุณสว่างขึ้น กรุงเทพฯ เริ่มตื่นขึ้น

ในรถ วิชัยถาม «ท่านผู้กำกับคิดว่าเธอโกหกไหมครับ?»

«ใช่» อรอนงค์ตอบสั้น «เธอโกหก และเธอเก่งมาก»

«เราต้องหาเชือกครับ ถ้าเจอเชือก เราก็จะพิสูจน์ได้ว่าเธอคือฆาตกร»

«ถูกต้อง» อรอนงค์พูด «แต่เธอไม่ได้โง่ เธอคงทิ้งเชือกไปแล้ว หรือซ่อนไว้ที่เราหาไม่เจอ»

วิชัยนิ่งไป «แล้วเราจะพิสูจน์ได้อย่างไรครับ?»

อรอนงค์มองออกไปนอกหน้าต่าง

«เราต้องทำให้เธอสารภาพ» เธอพูด «หรือหาหลักฐานอื่นที่เชื่อมโยงเธอกับการฆาตกรรม»

«อย่างเช่นครับ?»

«ใยเชือกที่เราเจอ เราส่งตรวจ DNA» อรอนงค์พูด «ถ้าตรงกับของพรพิมล เราก็มีหลักฐาน»

«แต่ใยเชือกไม่มี DNA ครับ เว้นแต่จะมีเลือดหรือเหงื่อติด»

«ก็ตรวจดู» อรอนงค์พูด «นอกจากนั้น เราเช็คประวัติการซื้อของของเธอ ดูว่าเธอเคยซื้อเชือกไหม ซื้อที่ไหน เมื่อไหร่»

«ครับ ผมจะจัดการเรื่องนี้»

รถแล่นผ่านถนนกรุงเทพฯ ยามเช้า ผู้คนเริ่มออกมาเดินทาง

อรอนงค์นั่งเงียบ คิดอย่างหนัก

เธอใกล้จะไขคดีได้แล้ว

เธอรู้ว่าใครคือฆาตกร

แต่เธอยังต้องการหลักฐานที่แข็งแกร่ง

หลักฐานที่ศาลจะรับ

หลักฐานที่ไม่มีช่องโหว่

«พรุ่งนี้เราจะเรียกพรพิมลมาสอบอีกครั้ง» อรอนงค์พูด «คราวนี้ที่โรงพัก บรรยากาศจะต่างจากที่ตึก เธออาจจะหลุดคำบางอย่างออกมา»

«ครับ»

«และเราต้องเช็คเรื่องความสัมพันธ์ลับของชัยพรกับลดาอีกครั้ง» อรอนงค์พูดต่อ «พรพิมลรู้เรื่องนี้แน่ นั่นอาจจะเป็นแรงจูงใจหลักของเธอ»

วิชัยพยักหน้า «ครับ ผมเข้าใจแล้ว»

รถเข้าโรงพัก อรอนงค์และวิชัยเดินเข้าไป

คดีปิดตายบนชั้น 13 กำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย

เงาของฆาตกรชัดเจนแล้ว

ตอนนี้เพียงแค่ต้องการหลักฐานสุดท้าย

เพื่อปิดคดีนี้ให้ได้

**End of Chapter 9**

**Word Count**: ~2,400 words
**Clues Revealed**:
– พบ**รอยขีดข่วนบนราวกันตก** ทั้งห้อง 12B และ 13A (เกิดจากเชือก!)
– พบ**ใยเชือกสีน้ำเงิน** (เชือกไนลอน) ติดอยู่ที่ราวชั้น 13
– พบ**ร่องรอยลาก** บนพื้นระเบียง (จากตะขอเชือก)
– ระยะห่างระหว่างชั้น 12-13 = **3 เมตร** (เชือกพอถึง!)
– พรพิมลปฏิเสธว่ามีเชือก — **โกหก, เย็นชา, ไม่สะดุ้ง**
– **แต่ไม่เจอเชือก** — พรพิมลซ่อนหรือทิ้งไปแล้ว

**Major Breakthrough**:
– พิสูจน์ได้แล้วว่า **มีคนใช้เชือกปีนระหว่างชั้น 12-13!**
– ร่องรอยชี้ไปที่พรพิมล 100%
– แต่ยังขาดหลักฐานตัวเชือก

**Next**: ตรวจ DNA ใยเชือก + เช็คประวัติซื้อเชือก + สอบพรพิมลครั้งที่ 2