คดีปิดตายบนชั้น 13 — บทที่ 12: คู่ค้าที่พยายามหนี

# Chapter 12: คู่ค้าที่พยายามหนี

เช้าวันถัดมา 06.00 น.

โทรศัพท์ของอรอนงค์ดังขึ้น

เธอหยิบมาดู

**”วิชัย”**

«สวัสดีครับ ท่านผู้กำกับ ขอโทษที่โทรมาเช้าครับ»

«ไม่เป็นไร» อรอนงค์ตอบ พลางหาวเบาๆ «มีอะไรหรือ?»

«มีข่าวด่วนครับ» วิชัยพูด «สมชาย วงศ์ไพศาล กำลังจะหนีออกนอกประเทศ»

อรอนงค์นั่งตัวตรงทันที

«คุณแน่ใจนะ?»

«ครับ» วิชัยพูด «คนของเราติดตามเขาอยู่ เขาออกจากบ้านตอน 05.00 น. กำลังเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ เที่ยวบิน 08.30 น. ไปสิงคโปร์»

อรอนงค์ลุกขึ้นจากเตียง

«แจ้งเจ้าหน้าที่สนามบินให้จับตัวเขาทันที» เธอสั่ง «อย่าให้เขาขึ้นเครื่อง»

«ครับ ผมกำลังจัดการอยู่ครับ»

«ฉันต้องไปแล้ว» อรอนงค์พูด «รอฉันที่สนามบิน»

«ครับ»

เธอวางสาย แต่งตัวเร็วๆ ออกจากบ้าน

07.30 น. สนามบินสุวรรณภูมิ

อรอนงค์และวิชัยยืนรออยู่ที่ห้องสอบสวนเล็กๆ ในสนามบิน

ประตูเปิด

เจ้าหน้าที่สนามบินพาสมชายเข้ามา

สมชายในชุดสูทสีเทา ลากกระเป๋าเดินทาง สีหน้ากังวล เหงื่อซึมที่หน้าผาก

«คุณสมชาย วงศ์ไพศาล» อรอนงค์พูดเรียบ «เรามีคำถามบางอย่างที่อยากสอบถามค่ะ»

สมชายนั่งลง มือสั่นเล็กน้อย

«ผม… ผมไม่ได้ทำอะไรครับ» เขาพูดรีบ «ผมแค่ไปทำธุรกิจที่สิงคโปร์»

«ทำธุรกิจ» อรอนงค์พูด «หรือหลบหนีคะ?»

สมชายนิ่งไป

«คุณรู้ไหมคะว่าการหลบหนีออกนอกประเทศในระหว่างสืบสวนคดีถือว่าผิดกฎหมาย?» อรอนงค์พูด

«ผม… ผมไม่ได้หลบหนีครับ» สมชายพูด «ผมแค่ต้องไปพบลูกค้า»

วิชัยเปิดแฟ้มเอกสาร วางรูปถ่ายหลายแผ่นบนโต๊ะ

«นี่คือตั๋วเครื่องบินของคุณครับ» วิชัยพูด «เที่ยวเดียว ไม่มีตั๋วกลับ»

สมชายมองรูป ไม่ตอบ

«และนี่คือรายการถอนเงินของคุณครับ» วิชัยพูดต่อ «เมื่อวานคุณถอนเงินสด 2 ล้านบาท จากบัญชี 3 บัญชี»

สมชายกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

«คุณกำลังจะหนี ใช่ไหมครับ?» วิชัยถาม

สมชายนิ่งไปนาน แล้วหายใจเข้าลึกๆ

«ใช่ครับ» เขายอมรับ «ผมกำลังจะหนี แต่ไม่ใช่เพราะผมฆ่าคุณชัยพร»

«แล้วเพราะอะไร?» อรอนงค์ถาม

สมชายมองลงไปที่มือ

«เพราะผมโกงคนอื่นครับ» เขาพูดเบาๆ «ไม่ใช่แค่คุณชัยพร แต่ผมโกงพันธมิตรคนอื่นด้วย รวมแล้วประมาณ 200 ล้านบาท»

ความเงียบ

อรอนงค์มองเขาอย่างใกล้ชิด

«200 ล้าน» เธอพูด «นั่นคือเงินจำนวนมาก»

«ครับ» สมชายพูด «และถ้าผมไม่หนี พวกเขาจะฆ่าผมแน่ๆ»

«ใครจะฆ่าคุณ?» วิชัยถาม

«พันธมิตรคนอื่นครับ» สมชายตอบ «พวกเขารู้แล้วว่าผมโกง พวกเขาคุกคามผมตลอด บอกว่าถ้าไม่คืนเงินใน 7 วัน พวกเขาจะฆ่าผม»

อรอนงค์นิ่งไป

«แต่คุณไม่ได้ฆ่าคุณชัยพร ใช่ไหมคะ?» เธอถาม

«ไม่ครับ» สมชายพูดรีบ «ผมสาบานได้ว่าผมไม่ได้ฆ่าเขา ผมแค่โกงเงินเขา แต่ผมไม่ได้ฆ่า»

«คุณอยู่ที่ไหนคืนวันที่ 14 มกราคม?» อรอนงค์ถาม

«ที่บ้านครับ» สมชายตอบ «ผมประชุมออนไลน์กับลูกค้าที่จีน ตั้งแต่ 22.00-01.00 น.»

«มีใครพิสูจน์ได้ไหม?»

«มีครับ» สมชายพูด «มีบันทึกการประชุมทั้งหมด ผมส่งให้คุณได้»

วิชัยจดบันทึก ในใจคิดว่า ถ้าสมชายประชุมออนไลน์ตลอด 22.00-01.00 น. แปลว่าเขาไม่ได้ปิดกล้อง CCTV (ซึ่งเกิดขึ้น 22.57 น.) และไม่มีเวลาเดินทางไป The Zenith ได้ นี่หมายความว่าเขาไม่ใช่ฆาตกร แต่เขาก็พยายามหนี — น่าจะกลัวถูกฟ้องคดีโกงเงินมากกว่า

«คุณรู้ไหมครับว่ามีคนใช้รหัสของคุณชัยพรเข้าระบบปิดกล้อง CCTV ที่ The Zenith คืนนั้น?» วิชัยถาม

สมชายมองเขาด้วยสีหน้าสับสน

«รหัส CCTV?» เขาพูด «ผมไม่รู้เรื่องนี้เลยครับ ผมไม่เคยไปที่ The Zenith คืนนั้น และผมไม่รู้รหัสอะไรเลย»

อรอนงค์และวิชัยมองกัน

«คุณรู้รหัสเข้าระบบ CCTV ของ The Zenith ไหมคะ?» อรอนงค์ถาม

«ไม่รู้ครับ» สมชายตอบ «ผมไม่เคยไปห้องของคุณชัยพรที่ The Zenith เลย เราพบกันที่ออฟฟิศหรือร้านอาหารเท่านั้น»

อรอนงค์พยักหน้าช้าๆ

«เข้าใจแล้วค่ะ»

เธอยืนขึ้น

«คุณสมชาย คุณจะถูกจับกุมในข้อหาพยายามหลบหนีและฉ้อโกงค่ะ» อรอนงค์พูด «แต่เรายังไม่มีหลักฐานว่าคุณฆ่าคุณชัยพร»

สมชายโล่งใจเล็กน้อย แต่ก็ยังกังวล

«แล้วผมจะถูกขังนานไหมครับ?» เขาถาม

«ขึ้นอยู่กับศาลค่ะ» อรอนงค์ตอบ «แต่คุณต้องอยู่ที่นี่ก่อน จนกว่าคดีจะเสร็จ»

เจ้าหน้าที่พาสมชายออกไป

หลังจากสมชายออกไปแล้ว

วิชัยนั่งลง หายใจออกยาวๆ

«ท่านผู้กำกับคิดว่าเขาพูดจริงไหมครับ?» เขาถาม

อรอนงค์มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเครื่องบินทะยานขึ้นสู่ฟ้า

«ใช่» เธอตอบ «เขาพูดจริง»

«แล้วเขาไม่ใช่ฆาตกรครับ?»

«ไม่ใช่» อรอนงค์พูด «เขาไม่รู้รหัส CCTV และเขาไม่มีเหตุผลที่จะฆ่าชัยพร ถ้าเขาฆ่า เขาก็จะไม่ได้เงินคืน»

«ถูกครับ» วิชัยพูด «แล้วตอนนี้เราเหลือผู้ต้องสงสัยใครบ้างครับ?»

อรอนงค์หันมามองเขา

«เหลือแค่สามคน» เธอพูด «พรพิมล ชนินทร์ และลดา»

«แต่ท่านผู้กำกับคิดว่าพรพิมลใช่ไหมครับ?»

«ใช่» อรอนงค์พูด «เธอมีทุกอย่าง แรงจูงใจ หลักฐานการซื้อเชือกและโซ่ และเธอมีความสามารถที่จะทำ»

«แต่เรายังไม่มีหลักฐานตัวเชือกครับ» วิชัย พูด

«ใช่» อรอนงค์พูด «แต่เราใกล้แล้ว อีกไม่นานเราจะมีหลักฐานพอที่จะจับเธอได้»

เธอลุกขึ้น

«กลับโรงพัก» เธอสั่ง «เราต้องเตรียมตัวสอบพรพิมลอีกครั้ง คราวนี้เราจะไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆ»

«ครับ»

พวกเขาเดินออกจากสนามบิน

นอกหน้าต่าง ท้องฟ้าแจ่มใส แดดส่องสว่าง

แต่ในใจอรอนงค์ยังมีเงาบางอย่างอยู่

เธอรู้ว่าใครคือฆาตกร

แต่เธอต้องการหลักฐาน

ระหว่างทางกลับโรงพัก โทรศัพท์อรอนงค์ดังขึ้น

**ผู้บังคับบัญชา (ประยุทธ์)**

เธอกดรับ «ค่ะ»

«อรอนงค์» เสียงประยุทธ์ดังออกมา เย็นชา «ได้ยินว่าคุณจับสมชายที่สนามบินแล้ว»

«ค่ะ เขาพยายามหนี แต่เขาไม่ใช่ฆาตกร»

«ไม่ใช่?» ประยุทธ์พูดเสียงดังขึ้น «แล้วทำไมเขาถึงหนี?»

«เขาโกงเงิน 200 ล้านค่ะ» อรอนงค์ตอบ «แต่เขาไม่ได้ฆ่าคุณชัยพร มีพยานว่าเขาอยู่ที่บ้านคืนนั้น»

ความเงียบ

«งั้นผู้ต้องสงสัยเหลือใครบ้าง?» ประยุทธ์ถาม

«เหลือสามคนค่ะ พรพิมล ชนินทร์ และลดา» อรอนงค์ตอบ «แต่ดิฉันเชื่อว่าพรพิมลคือฆาตกร»

«เชื่อ หรือแน่ใจ?» ประยุทธ์ถาม

«เกือบแน่ใจค่ะ» อรอนงค์พูด «ดิฉันกำลังรวบรวมหลักฐานสุดท้าย»

«คุณมีเวลาอีก 24 ชั่วโมง» ประยุทธ์พูดเย็นชา «72 ชั่วโมงที่ฉันให้ หมดพรุ่งนี้เที่ยง»

«24 ชั่วโมง» ประยุทธ์พูดต่อ «สื่อกดดัน ข้างบนกดดัน ถ้าคุณไม่จับฆาตกรได้ภายในพรุ่งนี้เที่ยง ฉันจะต้องถอดคุณออก ส่งคดีให้ทีมอื่น»

«คุณเข้าใจไหม?»

«…ค่ะ» อรอนงค์ตอบ เสียงแน่น

«พรุ่งนี้เที่ยง» เขาพูดทิ้งท้าย «ฉันต้องการผู้ต้องหาอยู่ในกรง»

แล้วเขาวางสาย

อรอนงค์นิ่งไป มือกำโทรศัพท์แน่น

«ท่านผู้กำกับ…» วิชัยพูดเบาๆ

«เรามีเวลาอีก 24 ชั่วโมง» อรอนงค์พูด «เราต้องหาหลักฐานให้เจอภายในพรุ่งนี้เที่ยง»

วิชัยพยักหน้า «ครับ เราจะทำได้ครับ»

เที่ยงวันเดียวกัน 12.00 น.

จิราภานั่งอยู่ที่ร้านกาแฟใกล้โรงพัก หน้าจอโน้ตบุ๊คเปิดอยู่ นิ้วมือพิมพ์อย่างรวดเร็ว

**«คดีปิดตายบนชั้น 13: ตำรวจจับผู้ต้องสงสัยหนีออกนอกประเทศ แต่ยังไม่ใช่ฆาตกร»**

เธอเขียนต่อ:

*เช้าวันนี้ ตำรวจจับกุมนายสมชาย วงศ์ไพศาล คู่ค้าของผู้ตาย ขณะพยายามหนีออกนอกประเทศที่สนามบินสุวรรณภูมิ แหล่งข่าวภายในเผยว่านายสมชายมีหนี้สินกับผู้ตายเป็นจำนวนมาก และพยายามหลบหนีด้วยเงินสดกว่า 2 ล้านบาท*

*อย่างไรก็ตาม ตำรวจยืนยันว่านายสมชายไม่ใช่ฆาตกร เนื่องจากมีพยานยืนยันว่าเขาอยู่ที่บ้านในคืนเกิดเหตุ*

*คำถามคือ: ถ้าสมชายไม่ใช่ฆาตกร แล้วใครคือคนฆ่า?*

*แหล่งข่าวเผยว่าตำรวจเชื่อว่าพรพิมล สุวรรณทิพย์ ภรรยาของผู้ตาย เป็นผู้ต้องสงสัยหลัก แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะจับกุม*

*ประชาชนรอคอยว่าตำรวจจะไขคดีนี้ได้เมื่อไหร่ หรือคดีนี้จะกลายเป็นคดีตายอีกหนึ่งคดี…*

เธอกดโพสต์

ภายในไม่กี่นาที มีคนกดไลก์และคอมเมนต์หลายร้อย

ความคิดเห็นทะลักเข้ามา:

*”ตำรวจทำงานช้ามาก”*
*”ภรรยาต้องเป็นฆาตกรแน่ๆ”*
*”จับเธอสิ รออะไรอยู่?”*
*”ถ้าไม่มีหลักฐาน ก็จับไม่ได้สิ”*

จิราภามองความคิดเห็นที่ทะลักเข้ามา

บางคนสนับสนุนตำรวจ บางคนด่าตำรวจ

แต่ทุกคนต้องการคำตอบ

เธอหยุดพิมพ์ มองออกไปนอกหน้าต่าง

โรงพักอยู่ตรงข้าม เธอมองเห็นตำรวจเดินไปมา

เธอคิดถึงอรอนงค์

ผู้หญิงที่ทำงานหนัก ไม่ยอมแพ้ มุ่งมั่นหาความจริง

เธอรู้ว่าอรอนงค์ไม่ชอบเธอ

ไม่ชอบที่เธอกดดัน ที่เธอเขียนข่าวทุกวัน ที่เธอทำให้คดีเป็นข่าวใหญ่

แต่เธอก็ต้องทำ

เพราะนั่นคือเหตุผลเดียวที่ทำให้ตำรวจทำงานจริงจัง

เธอเคยเห็นคดีมากมายที่ตำรวจไม่สนใจ

คดีที่ไม่มีสื่อติดตาม ไม่มีประชาชนกดดัน

คดีเหล่านั้นกลายเป็นคดีตาย

แต่คดีที่มีสื่อ มีประชาชนจับตา

ตำรวจต้องทำ ต้องแสดงผลงาน

นั่นคือเหตุผลที่เธอทำงานนี้

ไม่ใช่เพราะอยากมีชื่อเสียง

แต่เพราะอยากให้เหยื่อทุกคนได้รับความยุติธรรม

เหมือนที่เธอไม่เคยได้รับ

โทรศัพท์เธอดัง

เธอมองหน้าจอ

**”แหล่งข่าวลับ”**

เธอกดรับ «ฮัลโหล?»

«คุณจิราภาไหม?» เสียงผู้ชายดังออกมา แฝงความกลัว

«ใช่ค่ะ พูดเลย»

«ผมมีข้อมูลเกี่ยวกับคดีคุณชัยพร» เขาพูด «ผมรู้ว่าใครคือฆาตกร»

จิราภาหัวใจเต้นแรง «คุณรู้อย่างไร?»

«ผมทำงานที่ตึก The Zenith» เขาพูด «ผมเห็นบางอย่าง คืนวันที่ 14 มกราคม»

«เห็นอะไร?»

«ผมเห็นคุณพรพิมลอยู่บนดาดฟ้า เวลาประมาณ 23.30 น.» เขาพูด «เธอถือกระเป๋าใบใหญ่ มีอะไรข้างใน»

«แล้วคุณเห็นเธอทำอะไร?»

«เธอทิ้งอะไรบางอย่างลงถังขยะบนดาดฟ้า» เขาพูด «แล้วก็รีบลงไปทันที»

«คุณรู้ว่าเธอทิ้งอะไรหรือเปล่า?»

«ไม่รู้» เขาพูด «แต่ผมคิดว่ามันสำคัญ เพราะเธอดูรีบมาก และมองไปมาเหมือนกลัวมีคนเห็น»

«ทำไมคุณถึงบอกดิฉัน?» จิราภาถาม «ทำไมไม่บอกตำรวจ?»

«เพราะผมกลัว» เขาพูด «คุณพรพิมลมีอิทธิพล ถ้าผมบอกตำรวจ เธออาจจะรู้ได้ว่าผมเป็นพยาน»

«แต่ถ้าคุณเขียนข่าว ตำรวจจะไปตรวจเอง» เขาพูดต่อ «และผมก็ไม่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง»

จิราภาคิดอย่างรวดเร็ว

ถ้าข้อมูลนี้จริง นี่อาจจะเป็นหลักฐานสำคัญ

เชือกที่พรพิมลใช้ปีนลงมา อาจจะถูกทิ้งบนดาดฟ้า

«ขอบคุณมากค่ะ» จิราภาพูด «ดิฉันจะทำตามที่คุณบอก»

«ขอบคุณครับ» เขาพูด แล้ววางสาย

จิราภานิ่งไป

เธอมีทางเลือกสองทาง

หนึ่ง: เขียนข่าวทันที ให้ตำรวจรู้ และไปตรวจค้นด้วยตัวเอง

สอง: โทรบอกอรอนงค์โดยตรง ให้เธอไปตรวจก่อน

ถ้าเลือกทางที่หนึ่ง เธอจะได้ข่าวเด็ด ได้เครดิต

แต่อาจจะทำให้พรพิมลรู้ ทำลายหลักฐาน

ถ้าเลือกทางที่สอง เธอจะเสียโอกาสได้ข่าวเด็ด

แต่จะช่วยให้ตำรวจจับฆาตกรได้

เธอมองโรงพักอีกครั้ง

คิดถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของงานเธอ

เธออยากได้ข่าว หรืออยากได้ความยุติธรรม?

เธอหยิบโทรศัพท์

กดเบอร์อรอนงค์

บ่ายวันเดียวกัน 14.00 น.

อรอนงค์นั่งอยู่ในห้องทำงาน มองรายงานทั้งหมด

รายงานชันสูตร รายงานนิติเวช รายงานบัตรเครดิต รายงาน CCTV

ทุกอย่างชี้ไปที่พรพิมล

แต่ยังขาดอะไรบางอย่าง

ยังขาดชิ้นส่วนสุดท้าย

เธอมองรูปถ่ายห้อง 13A อีกครั้ง

ห้องปิดตาย โซ่กันขโมยติดจากภายใน ไม่มีทางเข้าออก

แต่พรพิมลทำได้อย่างไร?

เธอวาดภาพในใจอีกครั้ง

พรพิมลฆ่าชัยพรในห้อง 13A

เธอปีนเชือกลงไปห้อง 12B

แต่เธอติดโซ่กันขโมยได้อย่างไร?

โซ่ติดจากภายใน

ถ้าเธอออกไปแล้ว เธอจะติดโซ่จากภายในได้อย่างไร?

อรอนงค์หยุดนิ่ง

แล้วเธอก็เห็นภาพ

«วิชัย» เธอเรียก

วิชัยเดินเข้ามา «ครับ?»

«เรากลับไป The Zenith อีกครั้ง» อรอนงค์พูด «ฉันต้องเช็คอะไรบางอย่าง»

«ตอนนี้เลยหรือครับ?»

«ตอนนี้เลย»

**End of Chapter 12**

**Word Count**: ~2,000 words
**Clues Revealed**:
– สมชาย**พยายามหนี** → ถูกจับที่สนามบิน
– สมชาย**ยอมรับโกง 200 ล้าน** แต่**ไม่ได้ฆ่าชัยพร**
– สมชาย**ไม่รู้รหัส CCTV** → ตัดออกจากรายชื่อผู้ต้องสงสัย
– มี**พยาน alibi** (ประชุมออนไลน์ 22.00-01.00 น.)
– **ผู้ต้องสงสัยเหลือ 3 คน**: พรพิมล, ชนินทร์, ลดา

**Major Question (อรอนงค์เริ่มสงสัย)**:
– พรพิมลปีนเชือกลงไปห้อง 12B แล้ว
– แต่เธอ**ติดโซ่กันขโมยจากภายในได้อย่างไร?**
– ถ้าเธอออกไปแล้ว → **ใครติดโซ่?**

**Next**: กลับ The Zenith เช็คห้อง 13A อีกครั้ง → ค้นหาคำตอบ