# Chapter 7: คู่ค้าที่สิ้นหวัง
—
บ้านของคุณสมชาย วงศ์ไพศาล อยู่ที่ย่านบางนา ทาวน์เฮาส์สองชั้นในหมู่บ้านจัดสรร รถอรอนงค์จอดหน้าบ้าน ท้องฟ้ายามบ่ายครึ้มฝน
วิชัยมองบ้าน สังเกตว่าหญ้าสนามไม่ได้ตัด ประตูรั้วมีสนิมเล็กน้อย สีผนังซีดจาง เหมือนบ้านที่เจ้าของไม่ค่อยมีเวลาดูแล
«บ้านดูเงียบเชียว» วิชัยพูด
«ครอบครัวเขาไปอยู่ต่างจังหวัดตามข้อมูล» อรอนงค์ตอบ «เขาอยู่คนเดียว ทำงานที่บ้าน»
พวกเขาเดินเข้าไป กดกริ่ง
ไม่นานนัก ประตูเปิด
ชายวัยห้าสิบปี ผมบางเริ่มหงอก ใบหน้าซีดเคร่งเครียด ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวล สวมเสื้อเชิ้ตยับกับกางเกงยีนส์
คุณสมชาย วงศ์ไพศาล คู่ค้าของชัยพร
«สวัสดีครับ» เขาพูดด้วยเสียงสั่น «ผมสมชายครับ คุณคงเป็นตำรวจที่โทรมาใช่ไหม?»
«สวัสดีค่ะ ดิฉัน พ.ต.อ. อรอนงค์ นี่ ร.ต.อ. วิชัย» อรอนงค์พูด «ขอรบกวนสักครู่ได้ไหมค่ะ?»
«ได้ครับ ได้ครับ เชิญข้างในครับ» สมชายรีบเปิดประตูกว้าง
วิชัยสังเกตว่าสมชายกังวลผิดปกติ มือสั่น พูดเร็ว อธิบายก่อนถูกถาม เหมือนเตรียมคำตอบล่วงหน้า หรือกลัวถูกจับได้
พวกเขาเดินเข้าไปในบ้าน ห้องรับแขกมีโซฟาเก่าๆ โต๊ะกลาง ทีวีขนาดกลาง มุมหนึ่งมีโต๊ะทำงาน คอมพิวเตอร์เปิดอยู่ กองเอกสารกองโตบนโต๊ะ
«นั่งครับ นั่งครับ» สมชายรีบจัดการโซฟา เก็บหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่ «ขอโทษนะครับ ไม่ค่อยเป็นระเบียบ ผมอยู่คนเดียวน่ะครับ»
อรอนงค์และวิชัยนั่งลงบนโซฟา สมชายนั่งตรงข้าม มือของเขาประสานกัน ขยับไปมาอยู่เรื่อย
«ผมได้ยินข่าวเรื่องคุณชัยพรแล้วครับ» สมชายพูดก่อนถูกถาม «ตกใจมากครับ ไม่คิดว่าเขาจะตายแบบนั้น ช็อกจริงๆ»
อรอนงค์มองเขา สังเกตอาการ เขากระสับกระส่ายมาก พูดมาก พูดเร็ว ลักษณะของคนที่กำลังกังวล
«คุณสมชาย ดิฉันต้องการสอบถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับคุณชัยพรค่ะ»
«ครับ ครับ» สมชายพยักหน้า «เราเป็นคู่ค้ากันครับ ทำธุรกิจร่วมกันมาสิบปีแล้ว ลงทุนร่วมกันหลายโครงการ เคยสนิทกันมากครับ»
«”เคย” หรือค่ะ?» อรอนงค์จับคำ
สมชายสะดุ้ง «ก็… ครับ เคยครับ ช่วงหลังๆ นี้เรามีปัญหากันนิดหน่อย แต่ก็แค่เรื่องงาน ธุรกิจน่ะครับ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว»
«ปัญหาเรื่องอะไรค่ะ?»
สมชายลังเลครู่หนึ่ง มือของเขาประสานแน่นขึ้น
«เอ่อ… ก็เรื่องเงินครับ โครงการเราพลาดไปหน่อย ขาดทุน ผมต้องรับผิดชอบหนี้ส่วนหนึ่ง แต่ผมกำลังหาเงินมาคืนอยู่ครับ กำลังจัดการอยู่»
«หนี้เท่าไหร่ค่ะ?» วิชัยถาม
สมชายลดสายตา «ห้าสิบล้านครับ»
อรอนงค์และวิชัยมองกัน
«จำนวนเงินไม่น้อยเลยค่ะ» อรอนงค์พูด
«ครับ ผมรู้ครับ» สมชายพูดเร็ว «แต่ผมกำลังจัดการจริงๆ ครับ ผมมีแผนแล้ว จะขายบ้านหลังนี้ จะขายรถ จะหาเงินมาคืนให้หมด ผมไม่ได้หนีหรอกครับ»
«คุณชัยพรเขาว่าอย่างไรค่ะ?» อรอนงค์ถาม
สมชายนิ่งไป หน้าซีดลง
«เขา… เขาไม่พอใจครับ เขาบอกว่าผมต้องคืนเงินภายในสิ้นเดือนมกราคม ถ้าไม่ เขาจะฟ้องผม»
«ฟ้องคดีฉ้อโกงใช่ไหมครับ?» วิชัยถาม
«ครับ» สมชายพูดเบาๆ «แต่ผมไม่ได้โกงเขาหรอกครับ แค่โครงการพลาด ขาดทุนจริงๆ ผมก็เสียเงินเองเหมือนกัน แต่เขาไม่เชื่อ เขาคิดว่าผมนำเงินไปใช้ส่วนตัว แต่ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่»
เสียงของเขาสะอึก เหมือนกำลังจะร้องไห้
«คุณโกรธเขาไหมค่ะ?» อรอนงค์ถามตรงๆ
สมชายเงยหน้าขึ้นมอง «โกรธครับ โกรธมากครับ เขาเคยเป็นเพื่อนผม เชื่อใจกัน แต่พอมีปัญหา เขากลับคิดว่าผมโกงเขา ไม่ให้โอกาสผมเลย ผมรู้สึกเจ็บใจครับ»
«โกรธมากพอที่จะทำร้ายเขาไหมค่ะ?»
สมชายสะดุ้ง «ไม่ครับ ไม่ ผมไม่ได้ฆ่าเขา ผมสาบานได้ครับ»
«เมื่อคืนวันที่ 14 มกราคม คุณอยู่ที่ไหนค่ะ?»
สมชายหายใจลึกๆ «อยู่บ้านครับ ทำงานที่บ้าน ผมมีประชุมออนไลน์กับลูกค้าต่างประเทศตั้งแต่ 20.00-23.30 น. หลังจากนั้นผมทำงานต่อ นอนประมาณตีสอง»
«มีใครพิสูจน์ได้ไหมค่ะ?»
«ประชุมออนไลน์มีบันทึกครับ มีการบันทึกเสียงด้วย แต่หลังจากประชุมเสร็จ ผมอยู่คนเดียว ไม่มีใครครับ»
อรอนงค์จดบันทึก «คุณรู้ไหมค่ะว่าคุณชัยพรพักที่ The Zenith ชั้น 13?»
«รู้ครับ เขาบอกผมว่ามีห้องพักส่วนตัวที่นั่น ใช้เป็นที่ทำงาน บางครั้งนอนค้างคืนด้วย»
«คุณเคยไปที่นั่นบ้างไหมค่ะ?»
«ไม่เคยครับ เขาไม่เคยชวน ผมก็ไม่อยากไป»
อรอนงค์มองเขาอย่างใกล้ชิด «คุณรู้ไหมค่ะว่าใครอาจจะทำร้ายคุณชัยพร?»
สมชายคิดครู่หนึ่ง «ผมไม่แน่ใจครับ แต่คุณชัยพรมีศัตรูเยอะครับ เขาทำธุรกิจแบบไม่ค่อยซื่อสัตย์ โกงคู่ค้าหลายราย บางคนเสียหายหนักกว่าผมอีก บางคนขู่จะฆ่าเขาด้วยซ้ำ»
«บางคนคือใครค่ะ?»
«ผมไม่รู้ชื่อครับ แต่ผมเคยได้ยินเขาคุยโทรศัพท์ มีคนโกรธมาก ตะโกนว่าจะฆ่าเขา แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร»
วิชัยจดบันทึก «เมื่อไหร่ครับ?»
«ประมาณสัปดาห์ก่อนครับ ผมไปหาเขาที่ออฟฟิศ เห็นเขาคุยโทรศัพท์ สีหน้าเครียดมาก»
อรอนงค์พยักหน้าช้าๆ «คุณรู้จักคุณพรพิมล ภรรยาของเขาไหมคะ?»
สมชายนิ่งไปครู่หนึ่ง «รู้จักนิดหน่อยครับ เจอกันที่งานเลี้ยงบริษัท 2-3 ครั้ง เธอดูเย็นชามากครับ ไม่ค่อยยิ้ม ไม่ค่อยพูดกับใคร ผู้หญิงเงียบๆ แบบ… เหมือนไม่สนใจใครเลย»
«แค่นั้นหรือคะ?»
สมชายลังเล ขมวดคิ้ว «แต่… มีครั้งหนึ่งที่ผมประหลาดใจครับ»
«ประหลาดใจอย่างไรคะ?»
«เมื่อ 2 เดือนก่อนครับ ผมไปหาคุณชัยพรที่ออฟฟิศ เข้าไปถึงชั้นบน แล้วได้ยินเสียงผู้หญิงตะโกน ดังมากจากห้องทำงานของเขา»
«ตะโกนอะไรคะ?»
«ไม่ได้ยินชัดครับ ผมอยู่ข้างนอก แต่น้ำเสียงเธอดุดันมาก โกรธมาก» สมชายพูด «แล้วประตูก็เปิด คุณพรพิมลเดินออกมา หน้าแดง ตาโกรธ เดินผ่านผมไปโดยไม่สนใจ กดลิฟต์แล้วลงไปเลย»
«คุณแน่ใจไหมคะว่าเป็นคุณพรพิมล?»
«แน่ใจครับ ผมจำหน้าเธอได้ เธอเคยมางานเลี้ยงสองครั้ง» สมชายพูด «ผมประหลาดใจมากเพราะปกติเธอดูเย็นชาที่สุดเลยครับ ไม่แสดงอารมณ์ แต่วันนั้น… เธอโกรธจนหน้าแดง ตาแดง เหมือนร้องไห้มา»
«คุณชัยพรเขาว่าอย่างไรคะ?»
«ผมเข้าไปในห้อง เขาดูหงุดหงิดมากครับ เตะเก้าอี้ ด่าอะไรบางอย่าง» สมชายพูด «ผมถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่าไม่มีอะไร แค่เรื่องครอบครัว แล้วก็เปลี่ยนเรื่อง ไม่อยากพูดต่อ»
วิชัยจดบันทึก «เมื่อ 2 เดือนก่อนครับ?»
«ครับ ประมาณนั้น อาจจะ 2 เดือนครึ่ง» สมชายพูด «หลังจากนั้นผมก็ไม่เห็นเธอมาออฟฟิศอีกเลย»
อรอนงค์พยักหน้าช้าๆ ช่วงเวลาอีกแล้ว 2-3 เดือนก่อน พรพิมลโกรธ ทะเลาะกับชัยพร ชัยพรเริ่มกลัว เธอเริ่มวางแผน
«อีกอย่างค่ะ คุณรู้ไหมว่าคุณชัยพรมีความสัมพันธ์พิเศษกับเลขานุการของเขา?»
สมชายขมวดคิ้ว «คุณลดาหรือครับ?»
«ค่ะ»
«ผมไม่แน่ใจครับ แต่ผมสงสัยอยู่ เวลาที่ผมไปออฟฟิศ เห็นเขาดูใกล้ชิดกับเธอมาก แต่ผมไม่กล้าถาม ไม่ใช่เรื่องของผม»
«เขาเคยบอกคุณไหมค่ะ?»
«ไม่ครับ เขาไม่บอก เขาไม่ชอบพูดเรื่องส่วนตัว»
อรอนงค์ยืนขึ้น «ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ คุณสมชาย ถ้าคุณนึกอะไรได้อีก โปรดติดต่อดิฉันนะคะ»
สมชายรับนามบัตร มือยังสั่นอยู่
«คุณตำรวจครับ» เขาพูดเบาๆ «ผมไม่ได้ฆ่าเขาจริงๆ ครับ ผมโกรธเขา แต่ไม่ถึงกับฆ่า ผมแค่อยากให้เขาเข้าใจผม ให้โอกาสผม แค่นั้นเอง»
«เข้าใจค่ะ» อรอนงค์พูด
พวกเขาออกจากบ้าน เดินกลับไปที่รถ ฝนเริ่มโปรยปราย
ในรถ วิชัยถาม «ท่านผู้กำกับคิดว่าเขาโกหกไหมครับ?»
«บางทีจริง บางทีโกหก» อรอนงค์ตอบ «เขากลัวมาก พูดมากเกินความจำเป็น อาการของคนที่พยายามแก้ตัว»
«แต่ข้อแก้ตัวของเขาก็อ่อนเหมือนกันครับ ประชุมออนไลน์จบ 23.30 น. แล้วหลังจากนั้นอยู่คนเดียว เขาอาจจะออกไปได้ครับ»
«ใช่ แต่เขาจะเข้าห้อง 13A ได้อย่างไร?» อรอนงค์ถาม «ห้องล็อคจากด้านใน CCTV ไม่เห็นใครเข้าออก»
วิชัยนิ่งไป «นั่นสิครับ นี่แหละที่แปลก»
อรอนงค์มองออกไปนอกหน้าต่าง ฝนตกหนักขึ้น
เธอคิดถึงทุกคนที่เธอสัมภาษณ์มา
พรพิมล ภรรยาที่เย็นชา มีแผลที่มือ
ชนินทร์ ลูกชายที่โกรธพ่อ มีหนี้การพนัน
ลดา เลขานุการที่ตั้งครรภ์ ถูกปฏิเสธ
สมชาย คู่ค้าที่มีหนี้ ถูกขู่จะฟ้อง
ทุกคนมีแรงจูงใจ
ทุกคนมีข้อแก้ตัวอ่อนๆ
แต่ห้องล็อคจากด้านใน
ไม่มีใครเข้าออก
มันเป็นไปไม่ได้
หรือว่า…
«วิชัย หยุดรถสักครู่» อรอนงค์พูดทันที
วิชัยสะดุ้ง «ครับ?»
«หยุดรถ ฉันต้องการทบทวน CCTV อีกครั้ง»
วิชัยหยุดรถข้างทาง อรอนงค์ดึงแท็บเล็ตออกมา เปิดไฟล์ CCTV ที่ได้มาตั้งแต่วันแรก
เธอดูอย่างละเอียดกว่าครั้งก่อน ไม่ใช่แค่ภาพ แต่จับจ้องที่ข้อมูลเบื้องหลังและเวลาที่บันทึก
ช่วง 3 นาทีที่ภาพดับ — 22.57 ถึง 23.00 น. — เธอสังเกตมาตั้งแต่ต้น แต่ตอนนี้เธอเริ่มเห็นภาพใหญ่ชัดขึ้น
«เรารู้อยู่แล้วว่ากล้องถูกปิด 3 นาที» อรอนงค์พูด «แต่ตอนนี้ฉันเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไม ถ้าเชื่อมกับเรื่องเชือกและระเบียง ฆาตกรปิดกล้องเพื่อเข้าหรือออกจากชั้น 13 โดยไม่ถูกบันทึก»
«ถูกต้องครับ» วิชัยพูดตาม «แปลว่าฆาตกรเป็นคนที่มีสิทธิ์เข้าถึงระบบ CCTV ถ้าเรารู้ว่าใครใช้รหัสปิดกล้อง เราก็จะรู้ว่าใครคือฆาตกร»
อรอนงค์พยักหน้า «กลับโรงพักทันที ฉันต้องการบันทึกการเข้าออกทั้งหมด รายชื่อคนที่มีรหัสเข้าถึงและคีย์การ์ดของห้อง 13A»
วิชัยสตาร์ทรถ
อรอนงค์มองออกไปนอกหน้าต่าง ฝนตกหนัก ท้องฟ้ามืดครึ้ม
«เราเริ่มเห็นแสงสว่างแล้ว» เธอพูด
รถแล่นผ่านถนนกรุงเทพฯ ท่ามกลางฝน
คดีปิดตายบนชั้น 13 กำลังเริ่มคลี่คลาย
และความจริงกำลังใกล้เข้ามา
—
**End of Chapter 7**
—
**Word Count**: ~2,700 words
**Clues Revealed**:
– สมชายมีหนี้ชัยพร 50 ล้านบาท
– ถูกขู่จะฟ้องคดีฉ้อโกง (ภายในสิ้นมกราคม)
– ข้อแก้ตัวอ่อน: ประชุมออนไลน์จบ 23.30 น. หลังจากนั้นอยู่คนเดียว
– กังวลมาก พูดมาก ตั้งรับ (อาการของคนมีความผิด?)
– ไม่เคยไปห้อง 13A ไม่รู้จักระบบ
– อ้างว่ามีคนโกรธชัยพร ขู่ฆ่า (สัปดาห์ก่อน)
– **KEY DISCOVERY**: อรอนงค์พบ CCTV gap 3 นาที (22.57-23.00 น.)
– ใครบางคนปิดกล้องตั้งใจ → มีการเข้าถึงระบบ!
**Suspects Summary:**
1. พรพิมล: เย็นชา มีแผลมือ มีการเข้าถึงระบบ? ⭐
2. ลดา: ตั้งครรภ์ โกรธ มีคีย์การ์ดห้อง 13A
3. ชนินทร์: โกรธพ่อ หนี้ 5 ล้าน ข้อแก้ตัวอ่อน
4. สมชาย: หนี้ 50 ล้าน ถูกขู่ฟ้อง ข้อแก้ตัวอ่อน
**Major Breakthrough**: CCTV gap 3 นาที = ฆาตกรปิดกล้องตั้งใจ!
**Next**: Chapter 8 – วิเคราะห์ระบบ CCTV + access log